Tubby's profilehttp://leesungjinnrg.blo...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
January 29 The Labatory by Robert Browningตอนนี้ได้เรียน งานวรรณคดี และวรรณกรรม สมัย Victorian (จำได้ว่าตอนไปอังกิด ได้มีโอกาสฟังเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ พระราชินี วิคตอเรีย ว่า เจ๊นั้งมีความรักอันยิ่งให้คุณสามี หลังจากที่สามีได้ลาโลกไป เจ๊ก็ใส่ชุดดำไว้อาลัยเสมอมา...โอ้..ชีวิตนี้ เราจะได้ รักใคร และมีคนรักได้ล้ำลึกเยี่ยงนั้นมั้ยนะ) ซึ่งสมัยนี้ก็มีนักเขียนเก่งๆหลายคน ที่น่าจะคุ้นชื่อ Charles Dickens ล่ะนะ ที่เขียนเรื่อง Oliver Twist (แม่บอกว่า ตอนเรียน เตรียม ได้อ่านเรื่องนี้เป็นหนังสือนอกเวลา....แหม) แต่ที่ปลื้มมาก คือ คุณลุง Robert Browning นี้แหละคะ
เพราะ คุณลุงจะเก่งในเรื่องเขียน monologue แบบ จิตๆ ติสๆ อ่านไปแล้ว สยองหน่อยๆ เช่นงานที่อยากให้ลองได้อ่านกันคือ The Labatory
The Labatory พูดถึง ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความแค้นฝังลึก เพราะ สามีของเธอหนีไปมีชู้ ทำให้เธอคิดหาวิธีแก้แค้นโดยการ เข้าไปผสมยาพิษในห้องแล็บ
เอาชนิดที่ แรงที่สุด เมื่อกินเข้าไปแล้ว ไม่ตายเลย แต่ต้องทรมานกับความเจ็บปวด มันมีอยู่ตอนหนึ่งเว้ย ที่ชอบมาก พออาจารย์มา ทั้งห้องแม้งหัวเราะครืน
He is with her; and they know that I know
Where they are, what they do: they believe my tears flow While they laugh, laugh at me, at me fled to the drear Empty church, to pray God in, for them! -- I am here. เจ๊จิตหลุดคนนี้บอกว่า ชู้รัก และสามีของเธอคงจะคิดว่า เจ๊เนี่ย น้ำตาไหล เศร้าเสียใจ และก็หัวเราะเจ๊ เพราะคิดว่า เจ๊จะหันหน้าเข้าวัด และก็สวดมนตร์ แต่ผิดถนัด เพราะ เจ๊มาอยู่ที่นี่....มาผสมยาพิษฆ่าไอ้สองตัวเนี่ย
โอ้ย...ฮามากคะ ไม่คิดว่า ลุงโรเบิร์ตจะคิดได้
ก็ทำให้เราคิดนะว่า การเกิดเปนผู้หญิงนี่ ลำบากนะ ยิ่งตอนนี้ ผู้ชายมันก็เหลือน้อย...แถมเป็นตุ๊ด เป็นแต๋วอีกเยอะมากๆ
เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่า ผู้หญิงมันนอยมาก จนไม่น่าชอบอีกต่อไป....
ว่าไปก็ตลกดี เพราะ บางครั้ง เวลาที่เรารักใครมากๆ เราอาจจะเกิดอารมณ์บ้างอย่างและไม่สามารถเปนตัวของตัวเองได้
บางทีเวลาอยู่กับเพื่อนเนี่ย เราเป็นคนสนุกสนานมากๆ ร่าเริงสุดๆ พูดอะไรฮา ขำกันใหญ่ แต่พออยู่กับคนที่เรารักมากกกกกกกกก
เรากลับเป็น ใบ้ ไม่ค่อยอยากต่อปากต่อคำ...แต่ถ้าเรานะ เริ่มด่าเมื่อไรเนี่ย....อืม...คนโดนด่าตายอะ
เช่นเรื่อง เงินหลีดตลก ที่โดนรุ่นพี่(ที่ไม่อยากเรียกว่าพี่ เพราะ ไม่คู่ควรกับความเคารพเลย)แฮ๊บเอาไป โอ้โฮ...เราสับแหลกอะ และพอเจอพี่ก็ ไม่สนใจอะ
สสารในอากาศมาก และที่ทำไม่สนใจนี่ เป็นบุญของพี่แล้วนะ ไม่อยากลดตัว ทะเลาะวะ
คือเราไม่อยากโกรธไง แต่ก็แปลกนะ เหมือนตอนอยู่ ราชินีบนอะ ตอนอารมณ์คนดี ไม่ค่อยมีอะ สหาย พอเริ่มปากกล้าเท่านั้นแหละ
คนไหลมาเทมา ... งง วะ บอกตรงๆว่า งง เหมือนตอนนี้ไง...กับคนที่เรารู้สึกดีด้วย ไม่อยากทำอะไรให้เสียหาย
ดูท่าว่า การที่เรายิ้มๆเนี่ย จะไม่ตื่นเต้นเร้าใจ...แต่ก็จริงอะนะ บางทีเราก็ ห่วงความรู้สึกอีกฝ่าย มากกว่าจะห่วงความเป็นตัวของตัวเอง
มากกว่าห่วงความรู้สึกของตัวเอง บางทีรู้เลยว่า เรานี้ ยืน เอ๋อ ไปเลยอะ คือ เพราะเราไม่อยาก เล่าเหตุผลอะไรที่เราไปทั้งนั้นอะ
เราไม่ได้สมองช้า หรือ โง่มาตั้งแต่แบเบาะ เราแค่ไม่อยาก ต่อปากต่อคำ ไม่อยากมีปัญหา เพราะ ถ้าเราเถียง เรารู้แค่ว่า เราต้องชนะ แต่บางครั้งเมื่อเราชนะแล้ว เราอาจจะรู้สึกดีกับตัวเองแค่ช่วงหนึ่ง แต่มุมมองที่อีกฝ่ายมองเราก็จะเปลี่ยนจาก ธรรมดา ไปเป็น ไม่ดี
ดังนั้น เราจึงไม่อยากเสี่ยงกับ คนที่เราแคร์มากๆ เราเลยเลือกที่จะ..นิ่ง..
แต่กับคนที่เราเคยคบๆ เราก็ไม่ได้ยอมเค้าไปทุกเรื่องหรอกนะ กับแฟนที่ผ่านมา ทุกคนก็บอกว่า เราเนี่ย ชอบเถียง มีความคิดเป็นของตัวเอง
ก็...เรารู้ว่าเค้าก็รักเรา และถ้าเรา demand เค้าก็ supply เฉกเช่นหากเค้า ต้องการอะไรจากเรา เราก็จะทำให้เค้าอย่างดีที่สุดเท่าที่เราทำได้
แต่คนที่เค้าไม่รักเรา เราจะไปเรียกร้องอะไรอะ หรือจะบอกเค้ายังไง ว่า เค้าทำแบบนี้ แล้วเรารู้สึกแย่มากเลย คนไม่รักกัน ให้ขอร้องยังไง เค้าก็ไม่ทำให้หรอก
บางทีอาจจะได้ คำตอบโหดๆ ที่เราไม่คิดว่าจะได้ยิน....และเรารู้ว่า ถ้าเราโต้กลับเนี่ย คงเรื่องยาวแน่นอน
เออ..โย่งเข้าเรื่องที่เพิ่งผ่านพ้นไปอีกแล้ว แต่ เรื่องนี้ก็ยังไม่ฝังใจเท่ากับ เรื่องที่เคยเจอมาก่อนนี้
เรื่องที่เพิ่งผ่านไปเร็วๆนี้ เรารู้เลยว่า ความอดทนเรามีสูงขึ้น และเราคิด คิดอย่างหนัก ก่อนที่จะทำอะไรลงไป อาจจะมีบางเรื่องที่ต้องปรับปรุง
เพราะเราใช้เวลาคิดนานเกินไป ก็ขอให้เข้าใจหน่อยล่ะกันว่า เราแคร์ความรู้สึกอีกฝ่ายมากมายจริงๆ เราไม่อยากทำลายความรู้สึกดีของคนที่เรารักอีก
แต่การที่เราจะรักใครซักคน และเป็นคู่ที่ดี ทั้งสองฝ่ายมันต้องโน้มหากันวะ อย่างเราเป็นฝ่ายรักเค้าข้างเดียว แล้วถล้ำไปลึกซะขนาดนี้
เราว่า อาจจะไม่ใช่รักที่ดีก็ได้ เราเคยได้สัมผัสแต่รักที่ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพอใจ เราอยากได้รักที่ ทั้งสองฝ่ายพอใจและเป็นอย่างนั้นไปนานๆ
ดังนั้น เราต้องเข้า ห้องแล็บ (ฮ่าๆ) ไม่ได้ผสมยาพิษ แต่ผสมยารัก...หากได้พบเจอใครที่ถูกใจ จงสาดยาเสน่ห์ใส่เค้า ฮ่าๆ
I am with him; and he knows that i know
Where we are, what we do: we believe our love is real While we laugh, laugh for bliss, at our love so pure In our hearts, to pray God in, for us! -- I am here. นี่ดัดแปลงมาจาก ท่อนข้างบน เป็นเวอร์ชั่น สุทธาทิพย์ คะพี่น้อง....อิอิ January 24 เวลาไม่เคยคอยใครตอน ม หนึ่ง ที่สตรีวิทย์ ต้องให้เด็กๆเรียนพิเศษวันเสาร์
เราก็เรียน และเราก็ได้เรียนกับอาจารย์สอนวิทย์คนหนึง
อาจารย์ค่อยข้างเป็นผู้ชายปากจัด และมีอารมณ์ขันแบบเจ็บๆ
เราโดนด่าไปหลายคาบ เพราะเราไม่ค่อยตั้งใจเรียน ทั้งๆที่อาจารย์ก็สอนดี
จนหลายอาทิตย์ผ่านไป เราตั้งใจว่า เราจะตั้งใจเรียนวิชาเค้า...
วันศุกร์เราเจออาจารย์ เราไหว้อาจารย์ อาจารย์ยิ้มให้เรา
และเช้าวันเสาร์ วันที่เราจะต้องเรียนกับอาจารย์...อาจารย์เสียแล้ว
อาจารย์เสียไปตอนบ่ายวันศุกร์...ซึ่ง เราเจออาจารย์ก่อนหน้านั้นแป๊บเดียว
เราเลยเกิดความคิดว่า...ถ้าเราสนิทกับอาจารย์มากๆ สมมติว่าอาจารย์เปนญาติเรา เป็นเพื่อนเรา
เราคงจะทนไม่ได้กับความเสียใจ เพราะแม้เราไม่สนิทกับอาจารย์ เรายังอึ้งๆ เสียใจอยู่มาก
ที่ตั้งใจทำอะไรเพื่อเค้า แต่แล้วเค้ากลับจากไปไม่กลับ
หลังจากนั้น เราเลยบอกกับตัวเองเสมอว่า
ไม่ว่า เราอยากจะทำอะไร เราต้องรีบทำ อยากปรับความเข้าใจกับใครก็อย่ารอเวลาให้นาน
อยากบอกรัก ก็บอกไป ถ้าใจเรารักจริงๆ อยากทำดีให้ใครก็ทำไป ไม่ต้องรอเวลา
เพราะเราไม่รู้ว่า คนที่เราเจอทุกๆวันจะจากเราไปเมื่อไร และ เราจะต้องจากโลกไปเมื่อไร
คนที่จากไปและสำคัญในชีวิตเรามาก คือ ตา เรา
ตาเหมือนคนที่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเราจริงๆ
เรารู้สึกว่า เรามีคุณค่า เรามีอำนาจ เรามีทุกอย่าง เมื่อตาเราอยู่กับเรา
ตอนที่ตาเราเสียเราเสียใจมาก เราร้องห่มร้องไห้ ยิ่งวันรดน้ำศพ เราร้องไห้เยอะมากๆ
แต่เราไม่เคยเสียดายเวลาที่ ตาเราเคยอยู่กับเรา เพราะเรามั่นใจว่าตาเราก็รู้ว่าเรารักตา
เราอาจจะมีบ้างที่ย้อนกลับไปคิดว่า..เออ เราน่าจะทำให้ตาเราได้ดีกว่านั้น
แต่โดยรวมแล้ว เราไม่เคยเสียดาย ว่าเราเคยทำผิดต่อตาเรา แล้วเราไม่ได้ขอโทษเค้า หรือบอกรักเค้า
เราไม่มีอะไรคาใจ...พอเข้าใจอารมณ์แบบนี้ใช่มั้ย...ไม่มีปริศนา ไม่มีเลย
เราคิดว่า ถ้ามันเป็นความรู้สึกดีๆ และคำพูดดีๆที่ออกมาจากใจ
มันไม่เป็นไรที่จะบอกออกไป
เราไม่ห่วงศักดิ์ศรีมากกว่าการที่เราต้องสะกดกลั้นความรู้สึกดีๆในใจเราที่อยากบอกใครซักคน
เราไม่อายที่จะบอกขอโทษ เมื่อเรารู้ว่าเราผิดให้กับคนที่เราแคร์
เราไม่กลัวที่จะบอกคนที่เรารัก ว่าเรารักเค้าแค่ไหน
ก็มีคนเตือนเราเยอะว่า ทำไมเราลดค่าตัวเอง หรือทำให้ตัวเองปราศจากปริศนาโดยการบอก "รัก"
เราอยากจะบอกว่า มันไม่ง่ายที่จะบอกรักใคร
และเราก็ไม่ได้บอกรักทุกคน จะให้บอกยังไงดี มันไม่ใช่ อารมณ์ชั่ววูบ
เพราะเราต้องรับผิดชอบคำพูดของเรา ยิ่งถ้ามันเกี่ยวกับความรู้สึกคนแล้ว เราต้องรับผิดชอบ
เราเป็นคนซีเรียสเรื่องนี้มากๆเลยนะ
เราแค่ไม่อยากเสียดายหากเราต้องเก็บความรู้สึกดีๆเอาไว้แล้วเราต้องนั่งทุกข์กับตัวเอง
โดยที่คนนั้นจะไม่รู้เลยว่าเค้ามีความหมายกับเรามากเท่าไร
อย่างเพื่อน คนในครอบครัว หรือ คนที่เรารัก
ถ้าเค้าต้องจากเราไป และจากไปโดยที่ไม่รู้ว่า เราจะคิดถึงเค้ามากเท่าไร เรารักเค้ามากเท่าไร
เราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น
พอเข้าใจเรามั้ย ว่าบางอย่างเราไม่อยากพูดในเวลาที่สายไป และในเวลาที่ผิด
เค้าจะไม่รัก เราก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ให้เค้ารู้ไว้ว่าเรารัก ก็ทำให้เรารู้สึกดีนะ
ตอนนี้มีพี่ที่เรารู้จัก แต่ไม่ได้สนิทมาก รู้จักที่ลีดตลก
พี่ชื่อ พี่โอ๊ต เป็นเด็ก SI เป็นเด็ก สก รุ่นเดียวกะพี่ออฟ และพี่เคยแอบชอบพี่ใหม่ พี่ไอ้โถ
(นี่ถ้าให้ โยงญาติเยอะกว่านี้ เห็นทีจะทำให้คนอ่านอึ้งไป)
พี่เค้าประสบอุบัติเหตุทางรถยนตร์ ตอนนี้เป็นเจ้าชายนินทราอยู่ ไอ ซี ยู
พี่เค้าปีสี่แล้วนะ และอีกนิดจะเรียนจบแล้ว...เรารู้สึกเสียใจ ถ้าเราสนิทกับพี่เค้ามากๆ เราว่าเราต้องเสียใจกว่านี้อีกหลายเท่า
และวันเดียวกันนั้นที่เรารู้ข่าว (เมื่อวาน)
Heath Ledgerก็ต้อง..อายุยังไม่ถึงสามสิบเลย
เรารู้สึกหดหู่
แต่ก็รู้ว่า คนเรามีเกิด แก่ เจ็บ ตาย
แต่เวลามันน้อยไปมั้ย กับคนๆหนึ่งที่จะได้เรียนรู้ชีวิตตัวเอง
บางทีเราก็อยากตายนะ เพราะเราเสียใจกับความผิดหวัง การไม่สมหวัง ความอับอาย
อะไรต่างๆนาๆ
แต่นั้นแหละคือชีวิตของคนเราที่ต้องเผชิญ
อย่างน้อยเราก็ภูมิใจว่า ทุกครั้งที่เรามองกลับไปในอดีตและเทียบกับปัจจุบัน
เรารับรู้ตัวเองได้ว่า เราโตขึ้น เราใจเย็นขึ้น เราคำนวณตัวของเราเองว่า เรามีการพัฒนา
January 20 Mr. Magorium's Wonder Emporium & Jason Batemanวันนี้ได้ไปดูหนังเรื่องMr. Magorium's Wonder Emporium
หลังจากที่เมื่อวาน ไปมึนศีรษะนิดๆ กับ Cloverfield แต่ว่า ก็เป็นหนังที่ใช้กล้องตัวเดียวถ่ายแล้ว
ดูไม่ได้ปวดหัว ปวดตาอะไรมากมาย
แอบคิดเหมือนกัน ถ้าเค้าทำออกมาแบบปกติ จะมันส์กว่านี้มั้ยนะ
แต่คือเราไม่ค่อยดูหนัง action เท่าไร ชอบพวก drama comedy fantasy ไรแบบนี้มากกว่า
วันนี้ก็เลยไปดู
เป็นหนังที่น่ารัก และ สวยดี
ว่าด้วยเรื่อง ชายแก่คนหนึ่งที่อายุ 243ปี ซึ่งเค้าเปิดร้านของเล่นที่แสนมหัศจรรย์
โดยมีสาววัย 23 ปี เป็นผู้ช่วย
ถ้าบอกเนื้อเรื่องหมด เดียวจะไม่ไปดูกัน
ขณะที่เรานั่งอยู่ในโรงหนังน่ะ
เราพยายามคิดตามหนังไปว่า เค้าต้องการ บอกอะไร ต้องการสื่ออะไร
เมื่อคนเข้าไปในร้านแล้ว ของเล่นดูมีชีวิต ที่จริงแล้ว มันสื่อถึงอะไร
จากที่เราตีความก็คือ ของเล่นจะมีชีวิตได้ก็ต่อเมื่อ ของเล่นมีความสุข
อีกทั้งคนที่เล่นกับมันต้องมีความสุข ต้องเชื่อว่า ของเล่นเหล่านี้มีเวทมนต์จริงๆ
นั้นทำให้ ร้านของเล่นของ คุณ มาโกเลียม พิเศษ
เพราะเค้าเชื่อใน เวทมนตร์ และ จินตนาการ
ตัวละครที่เราชอบมากที่สุดในเรื่องคือ เด็กผู้ชายที่ชื่อ Eric
แสดงโดยน้อง Zach Mills
เป็นเด็กชายอัจฉริยะ ช่างคิดช่างฝัน แต่ไม่มีเพื่อน เพราะว่าเค้ามักจะมี "โลกส่วนตัวสูง"
คือ บทของ เอริค มันต้องเด็กฉลาดแบบซื่อๆ น้องเค้าก็ดูฉลาดแบบซื่อเช่นกัน
และน้อง อายุประมาณ 12ขวบ ไอ้เราไม่อยากจะเชื่อว่าน้องจะดูน่ารักได้ขนาดนี้
(คือพอ เราย่าง20 ทำให้ 12 มันดูโคตรเด็กเลย)
ตัวละครอีกตัวที่ชอบมากคือ Henry แสดงโดย Jason Bateman
เป็นนักทำบัญชีที่มาช่วยทำบัญชีให้ร้านของ มาโกเลียม คือ บทนี้ผู้ชายคนนี้จะเป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ที่บ้างาน แต่สุดท้ายก็เชื่อว่า จินตนาการนั้นสามารถแฝงได้ในทุกๆคน ทุกๆวัย และ ร้านของเล่นนี้ที่มันพิเศษ เพราะ มันมีเวทมนตร์
เป็นตัวละครที่น่ารักมากๆ
และ Jason Bateman ก็หล่อมากๆ ฮาๆ
![]() ส่วนฉากที่ประทับใจที่สุดคือ ฉากที่ คุณมาโกเลียมนั้นใช้โทรศัพท์สาธารณะโทรกลับมาที่ร้าน
เพราะว่าเค้าไม่เคยใช้มาก่อน เค้าคิดว่า เค้าอยากลองใช้ดู
เอริค ที่เฝ้าร้านอยู่ก็รับโทรศัพท์...เค้าสองคนก็คุยกันไปเรื่อยๆ
และ คุณเมโกเลียมก็พูดกับเอริคทิ้งท้ายว่า
"i love you"
เรารู้สึกซึ้ง รู้สึกดี
คือ เรื่องมันปูมาว่า เอริคมีส่วนเกี่ยวข้องกับร้านยังไง และ คุณมาโกเลียมเป็นคนยังไง
และเมื่อถึงจุดจุดหนึ่งที่อยากแสดงความรัก
เค้าเลยพูดว่า i love you
ที่เราประทับใจเพราะว่า ฉากที่เค้าบอกรักเนี่ย
ไม่ได้มีดอกไม้ ไม่ได้อยู่ที่พิเศษอะไร มันแค่ ตู้โทรศัพท์ และ คนคุยโทรศัพท์กัน
มันเป็น ฉากธรรมดาอะ และ เพราะ คำพูด ทำให้มันไม่ธรรมดา
มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า
เวลาที่เราเปิดเผยความรู้สึกของเรา ว่าเรารักใครสักคน
เราไม่ได้อยู่ท่ามกลางดวงดาว เราไม่ได้มีของขวัญ หรือ ดอกไม้ในมือ
และ คำที่เราพูดไม่ได้ยกความงามของดอกไม้ทั่วโลก หรือ ชักแม้น้ำทุกสายมาบอก
เราแค่บอกว่า เรารักเค้า
แต่มันมาจากใจเรา เราแค่อยากรู้ว่า
คำพูดที่เราบอก เราพูดจากใจ แล้วมันยังธรรมดาอยู่บ้างมั้ย
สำหรับเค้าคนนั้น เราอาจไม่ได้เป็นคนพิเศษของเค้า
เค้าอาจไม่ได้คาดหวังคำว่ารักจากเรา และหากเค้ามีใจบ้าง
วันนี้เราคงไม่ได้ต้องคิดคำนี้ แค่ในใจ เราคงได้บอกเค้าบ่อยๆ
แต่คือ เราแค่อยากรู้ว่า เค้ารู้สึกบ้างมั้ยว่าเรารักเค้ามากแค่ไหน
วกกลับมาที่ Jason Bateman ซึ่งหล่อมาก
แม้วัยจะปาไป 39 แต่ยังดูเด้ง โดนใจเหลือเกิน เอิกๆ
(รู้สึกช่วงนี้ เล่นรุ่นใหญ่บ่อย เมื่อวันจันที่แล้วได้ดู Rashomon หนังญี่ปุ่นยุคยังเป็น ขาว ดำ อะคิดดู
ไปติดใจดาราญี่ปุ่นที่เล่นเป็นโจรในเรื่อง ว่า หุ่น เทห์ แมนโดนใจ คมเข้ม
นามจริงๆของเค้าคือ Toshiro Mifune แต่คือ เรื่องจริง คุณตาท่านได้เสียไปเหยียบ10แล้ว
ตอนที่คุณตาท่ายเสียนั้น อายุ 77 เอิ๊กๆ..เล่นรุ่นใหญ่จริงป่ะล่ะ..)
อะ เจสัน..เห็นมาหลายเรื่องแล้ว และเมื่อเห็นทีไรก็ ปลื้มใจทุกที
แต่รู้สึกจะปลื้มมากตอนได้ดู The Kingdom เทห์ แมน ล้ำ กวน
โอ้ย...โดนใจ ไม่รู้จะบอกยังไง...ปลื้ม
![]() ตั๊บปลื้ม..ปลื้ม Jason (Jason เกิดก่อน เชน หนึ่งวัน และแก่กว่าเชน หนึ่งปี...ว้าว) January 15 วันนี้วันเกิด Shane McMahonShane Brandon McMahon is turning 38.
โอ้..เชน ตั๊บยังไม่ 20 เลย เชนไม่รอกันเลยนะ
เมื่อวานเอาใบประกาศรับเสื้อลีดตลกไปติดรอบ ม.
ไอ้เป้ ก็มองๆเราและก็บอกว่า.."เฮ้ยตั๊บอย่างแกน่ะ เหมาะกะ นักมวยปล้ำ"
โอ้โฮ...ถ้ามัน ระบุลึกว่าต้อง WWE นะ ก็ใช่เลย
ลูกชายเจ้าของเนี่ย ที่สุดของที่สุด ชายในฝันทุกอย่าง ใช่จริงๆ
คือ ไม่เคยมีสเป็คเว้ย และไม่รู้จะบอกยังไง แต่ถ้าเอาตรงใจที่สุดนี่คือ
ต้อง Shane Brandon McMahon เท่านั้น
หลับตาแล้วลืมตามา...ภาพที่คิดเอาไว้ คือ เชน (ว่าไปนั้น)
นี่ถ้าย้อนไปซักตอน ป6 ม1 ไรแบบเนี่ย ม2 โอ้ย คุยเรื่องเชนได้เป็นวัน
ไม่รู้ขุดอะไรมาพูด ดูมันเข้าไปมวยปล้ำ ถ้าถามว่าคนอื่นเค้าทำอะไร เราจะไม่รู้หรอก
เราจะจ้องอยู่ที่เชน ไม่ว่าเชนจะหลุดจอ หลุดขอบ เราก็จะมองแต่เชน
แล้วเวลาเชนออกมาพูดนะ นี่เลย จำได้ทุกประโยค
โอ้ย..สุทธาทิพย์จะโดนด่าว่าบ้า..ก็ยอมจริงๆ
มันมีอยู่ปีหนึ่ง 1999 วันนั้น 15 มค ตรงกะวันจันพอดี
The Rock ออกมาพูดว่า "วันนี้เป็นวันดี เป็นวันเกิดของคนพิเศษ"
และก็ยกตัวอย่างอะไรมามากมาย ว่า คนเกิดวันนี้ดียังไง และก็มองไป แบบไม่ได้มองกล้อง
เหมือนบอกคนหลังกล้อง และ The Rockก็พูดว่า Happy Birthday
มั่นใจสุดๆว่า ต้องบอก Shane แน่นอน อิอิ คิดไปนั้น
ตอนเด็กๆเราเคยมีความฝันว่า
เราจะไปเรียนต่อ เมกา เราต้องไป เมกาให้ได้ เราต้องไป NY
และเราต้องเรียน Boston University เพราะเชนเรียน แล้วต้องเรียนนิเทศน์
เพราะเชนเรียน ต้องใส่นาฬิกามือข้างซ้ายเพราะเชนใส่
ต้องใช้เครื่องกีฬา NIKE เท่านั้นเพราะเชนใช้
แล้วเมื่อก่อน NOKIA เป็นผู้สนันสนุน WWE Shaneก็เลยใช้NOKIA
เราเลยใช้ NOKIA
และอีกหลายอย่างมากมาย ที่เราบอกว่า รถที่ชอบที่สุดคือ BM เพราะเชน ขับ บีเอ็ม ตอนนั้น
อะไรๆก็เป็นเชนหมดเลยเว้ย .. จริงๆ
จนตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ ในมือถือของเราทุกเครื่องต้องมีรูปเชน ในกระเป๋าต้องมีภาพ
คิดไปแล้วตลก เหมือน บ้าดารา แต่เฮ้อ..นี่คือเรื่องจริง
เราชอบซื้อ สร้อย หรืออะไรเป็นรูปตัว S ก็จะบอกว่าเป็น ชื่อตัวเองอะนะ
แต่จริงๆแล้ว ทุกอย่างคือ Shane หมดเลย เขียนอะไรไม่ออกก็เขียน เชน เชน เชน
นี่ถ้าเราได้เป็น Marissa 1 วัน เราคง เปรมมากๆ มาริสสา คือ เมียเชนนั้นเอง
หรือเป็นคนใช้บ้านเชนก็ได้ ไม่เกี่ยว...ขับส้วม ตัดหญ้า โอ้..อะไรก็ได้ เพื่อเชน
555
เราเพ้อเจ้อไปไกล
เอาเป็น ว่า 15 มกคราคม ไม่ได้มี ปีละหลายๆวัน...
และชีวิตนี้ก็ไม่เคยโดนใจอะไรเท่านี้
จำได้ว่า ตอนที่เชนมาไทย..เป็นช่วงที่ชีวิตกำลังเน่าหนัก
และพอเชนมา...โอ้ มันสุดยอด อะไรที่ทุกข์นี้ หายไปหมดสิ้น
มันหายไปจริงๆ มันรู้ว่า คุณค่าแห่งการรอคอยคืออะไร..เอาเป็นว่า ถ้าเราพูดไปจะหาว่าเวอร์
แต่มันคุ้มค่ากะที่รอจริงๆ
![]() January 13 จุดประกายเรื่องแรก
ไหนๆงานบอลมันก็เลื่อน
หาอะไรทำแทนดีกว่า...
เราว่า เราอยากออกค่ายวะ
แต่ที่คิดคือ จะ ไปทำอะไรดี
เมื่อกี้คุยกะรุ่นพี่ พี่บอกว่า
ถ้าอยากเต้น แบบ ลีดตลก นี้เลย
ต้องเต้นให้เด็กวัยรุ่นดู แต่ถ้าเด็กเล็กมากก็ไม่ได้ ต้องแก่กว่านั้นหน่อย...เราก็คิดเลยเว้ย
สถานพินิจ...เราว่า พวกๆน้องเค้าคงคิด
"นี่ ขนาด เด็กพวกนี้มันมีการศึกษา...บ้าได้อย่างนี้เชียว"
เออ คือ เราคิดว่า ชีวิตเรามักจะวนอยู่เดิมๆ
โดยที่ไม่ยอมเริ่มทำอะไรใหม่ๆซักที
ขอคิดแผนงานก่อน
วันจันทร์นี้จะประชุม ลีดตลก เฉพาะ สต๊าฟ ว่าเสนอเรื่องนี้ดีกว่า
ตูแม่ง ยอมไม่ได้อะ
เข้าลีดตลกมา ก็..เอ๋อๆเข้ามาเว้ย
เป็นประธานก็ ได้มาแบบ ไม่มีใครจะเป็น
เชี้ย..แล้วพอตั้งใจทำ
งานบอลไม่มี
ถึงเค้าว่าเลื่อนไปเมษา
โน่น...สุทธาทิพย์บินไปดินแดนลุงแซมแล้ว
จบกันซักที เมืองไทย ตูเบื่อ
ขอพักใจ สามเดือน กลับมา....สรุปก็รักเหมือนเดิม...
ไม่รู้วะ เรื่องอนาคต
เรื่องที่สอง
สืบเนื่องมาจาก ท้ายของเรื่องที่แล้ว
ไม่รู้อนาคต
แต่ที่รู้คือ ตอนนี้ รู้สึกเป็นส่วนเกินในชีวิตเค้าจริงๆ
รู้สึกเป็นเด็ก..เดินตามผู้ใหญ่ต้อยๆ
หลังจากที่ชีวิตไม่ได้ตามใครมานาน
ไปเห็นฉากในหนังเรื่อง ชะนีกับอีแอบ
เป็นฉากที่แม่สอนลูกสาวที่มีแฟนเป็นเกย์ และรู้ว่าแฟนตัวเองเป็นเกย์แล้วว่า
"ถ้าส่วนผสมมันผิดแต่ต้น...พอทำเสร็จก็กินไม่ได้"
นั้นแหละ คือสิ่งที่เราคิดไว้เสมอ
เราว่าการเริ่มต้นที่ดี นำพาไปสู่จุดจบที่ดี
แต่การตบมือข้างเดียว สักวัน เราก็ต้องเกิดการ ฟุ้งซ้าน
เพราะว่า มันเกินห้ามใจ ห้ามไม่ให้คิดถึง ห้ามไม่ให้พบเจอ
เกิดความหวังในใจ ในบางเวลา
เรากำลังบอกตัวเอง ให้เลิกพยายามตบได้แล้ว
เพราะ
มันอาจนำพาไปถึงจุดจบที่น่าเศร้า เพราะเราอาจจะยืดเวลาให้อะไรมันแย่ลงไป
และจะกลายเป็น...การมองหน้าไม่ติด
แต่จะออกมาเป็น แขนงไหน อะไรเราไม่รู้หรอก
เราคิดมากไปรึเปล่า
แค่ว่า...ไม่อยากให้เค้ามีความทรงจำแย่ๆกับเรา
เท่านั้นเอง
เราไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
เราเสียใจ
เรื่องที่สาม
วันนี้เจอเพื่อนสมัยเรียน กร๊าก
ชื่อว่า ฝ้าย เนี่ยม คือมีฝ้ายหลายคน แล้วคือนามสกุลมันขึ้นคือ เนี่ยมสร้อย
ครันสมัยเรียน ฝ้ายมักจะแมนอย่างแรง
คิดดูจะมีสตรีเพศคนใด เมมชื่อแม่ตัวเองว่า "ซวยแน่"
แล้วจำได้ ตอนนั้น มสอง ไอ้นี้ มือถือดัง
เห็นชื่อ ซวยแน่ เราก็บอก "เฮ้ย ฝ้าย ซวยแน่ โทรมา..ใครวะ"
มันตอบ "แม่ตูเอง" ...กรี๊ด...
แล้วมันจะปากห้อยๆ แก้มยุ้ยๆ แต่ แมนหนัก
จนกระทั้งวันนี้...เจอมันที่พารากอน
โอ้โฮ หญิงกว่าเราอีก ผมนี้ยาว และดัดลวมๆ สวยเชียว
ปิดตำนาน พี่ฝ้ายสุดแมน ศิษย์ซวยแน่
นี่ทำให้รู้ว่า แม้ว่า สาวสตรีวิทย์ อาจจะขึ้นชื่อความเป็น ม้าดีดกะโหลก หรือ ลูกสาวกำนันไปบ้าง
แต่เมื่อเราโตเป็นสาวเนี่ย...เราหญิงกันดีเนอะ เอิ๊กๆ
คิดถึงเวลาช่วง ม ปลาย อยากกลับไปใช้ชีวิตอย่างนั้นอีก
January 11 ปูเสฉวนมีเด็กชายคนหนึ่งเดินอยู่ริมทะเล
เค้าเห็น ปูเสฉวน ใกล้ตาย
เค้าเห็นใจ บวกกับตัวเองไม่มีอะไรทำ
เลย เก็บ ปูเสฉวน ขึ้นมา และเอากลับไปเลี้ยงที่บ้าน
ปูเสฉวนก็ดีใจ หลังจากที่รอคอยให้ใครมาช่วยแสนนาน
เพราะตัวเอง โดนปล่อยทิ้งอยู่ริมชายหาด ร้อนก็ร้อน เจ็บก็เจ็บ
เด็กชายพา ปูเสฉวนกลับมาที่บ้าน และ ดูแล ปูเสฉวนอย่างดี
ปูเสฉวนรู้สึกอุ่นใจ แม้ว่า บางครั้งปูเสฉวนก็ไม่เข้าใจว่า เด็กชายมาช่วยตนทำไม
ทำไม เด็กคนนี้ใจดีจัง
ทุกๆวัน เด็กชายจะกลับมาเล่าเรื่องให้ปูเสฉวนฟัง
ว่าวันนี้ไปโรงเรียนสนุกสนานแค่ไหน ปูเสฉวนบางครั้งก็เข้าใจเรื่องราวบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง
เพราะความแตกต่างของ สายพันธ์ และความรู้ใหม่ที่ เด็กชายเล่าให้ปูเสฉวนฟัง
บางครั้ง ปูเสฉวนก็อยากเล่าเรื่อง ท้องทะเล ที่อยู่ของปูเสฉวนให้เด็กชายฟัง
แต่ว่า...ปูเสฉวนจะพูดภาษาอะไรให้ เด็กชายเข้าใจ
แต่ปูเสฉวนก็มีความสุขที่เห็นเด็กชายมีความสุข
วันเวลาผ่านไป จากวันนานเป็นเดือน...หลายเดือนผ่านไป
เด็กชายเริ่มเบื่อคุยกับปูเสฉวน
เพราะเด็กชายก็คงจะเบื่อที่ต้องพูดกับ ปูเสฉวนที่ได้แต่ฟัง บางทีก็เดินไปมา กระโดดบ้าง เอาก้ามปูยกขึ้นยกลง
เด็กชายเริ้มอยากคุยกับมนุยษ์เหมือนกับตนแทน
เด็กชายเริ่มหายไป ทิ้งปูเสฉวนอยู่ในโหลที่บ้าน ปูเสฉวนก็ได้แต่มอง เวลาเด็กชายเดินผ่านขวดโหล
ชีวิตของเด็กชายมีอะไรให้ทำมากมาย ผิดกับปูเสฉวนที่ได้แต่เดินไปเดินมาในขวดโหล
บางครั้งใจของปูเสฉวนก็พองโต เมื่อเด็กชายเดินมาคุยด้วยที่ขวดโหลนานๆที บางครั้งก็เศร้าใจที่เด็กชายไม่สนใจ
ใจหนึ่งก็อยากกลับทะเล เพราะเห็นว่า ตนไม่เหมาะจะอยู่ที่นี้แล้ว
แต่อีกใจก็ยังอยากอยู่ในขวดโหล เพราะว่า กว่าจะปีนข้ามขวด กว่าจะเดินทางจากบ้านเด็กชายไปทะเลช่างลำบาก
และเหตุผลสำคัญ..ปูเสฉวนต้องคิดถึงเด็กชายมากๆหากจะกลับทะเล และไม่ได้พบเด็กชายอีกต่อไป
เรายังคิดตอนจบของนิทานเรื่องนี้ไม่ได้
แต่กำลังคิดว่า...ถ้าได้เป็น ปูเสฉวน จะออกจากโหลทั้งๆที่ยากและอนาคตจะเป็นไงก็ไม่รู้ หรือ จะอยู่ในโหลต่อ แล้วก็ตายในโหลไปเลย
ฮืม...ช่วยเราคิดหน่อยได้มั้ย January 01 สุขสันต์วันปีใหม่ส่วนคืนวันปีใหม่ของเราก็ไม่ได้ทำอะไรมากมาย
แม้จะกางหนังสือเอาไว้ เสมือนให้หนังสือมันมองเราไปเรื่อยๆ ว่าจะอ่านมันเมื่อไร
มีน้องโทรมา count down ด้วย น้องเค้าเป็นคนดีจริงๆ ขอบคุณน้าที่ยังคิดถึงกัน
มีเพื่อนโทรมา...แต่ปีนี้ได้ sms เยอะ ดี ชอบมากๆ ประมาณ ห้าสิบกว่าฉบับ ได้...เย้
อ๋อ และอยากบอกว่า เราเปลี่ยน มือถือ แล้วนะ
เปลี่ยนมาเป็น Xpress Music 5310 สีดำ น้ำเงิน ซึ่งสวยดี บางด้วย
ดูบอบบางไม่สมกับเราจริงๆ
แต่เครื่องที่แล้วคือ Nokia 3250 twist music
มิใช่ว่าไม่ดีนะ ขอบอกว่าเป็นมือถือที่ใช้นานที่สุดแล้ว ตั้งแต่ มีนา 2006 ถึง ธันวา 2007
กรี๊ด...คือเรื่องมันมีอยู่ว่า...
ขณะที่เรากำลังเดินลงบันไดที่บ้าน...พื้นบันไดช่างลื่นสุดๆ ทำให้ ลื่นตกบันไดลงมา
(อย่าตกใจ เพราะ สุทธาทิพย์แข็งแรงมาก ไม่เป็นอะไรเลย..คือASS bag ส่วนตัวมันดี)
มือที่ถือ น้อง Nokia 3250 ก็เลยพลาด....น้อง โนเกีย หลุดลอยกระเด็น แตกเป็นเสี่ยงๆ
แต่ไม่คะ...ความถึกของน้อง โนเกีย ยังไม่หมด...เมื่อ สุทธาทิพย์นำซากมาต่อกันแล้ว
น้องโนเกีย ยังสามารถใช้ได้คะ...กรี๊ด..มั้ยคะ ลำโพงยังชัด กล้องยังแจ่ม
แต่ แบตมันบวม คะ ทำให้ คุณแม่ ออกความคิดเห็น(ที่สุทธาทิพย์ก็ชอบมาก)
"ซื้อมือถือใหม่ เหอะ"
นี่เลยคะ...ประวัติความเป็นมา ของน้อง Nokia 5310
และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ดู RAW อ้า..
Shane น่ารักม๊ากมาก คนอาไร น่ารักน่าหยิก
แม้จะอายุล่อไป ไกล...จะเหยียบ สี่สิบ แต่หน้าก็ยัง ใสเด้ง
มองแล้ว ใจเด้งไปเด้งมา
พอดี RAW มีอายุครบ 15 ขวบ เค้าก็เลยมีฉลองกันใน ทีวี
ก็ตลกดี...เราดูรายการมวยปล้ำ แต่ไม่ชอบดูคนปล้ำกัน...อืม...
ยอมรับตามตรง WWE คนเค้าหน้าตาดีจริง...HOT มาก...
และ ลูกชายเจ้าของเค้างดงามจริงๆ...จะ 10 ปีแหละ ที่ชอบเชนมา...ฮ่าๆ
อีกเรื่องไร้สาระ ที่อยากเล่าให้ฟัง
ไปดู preview หนังเรื่องใหม่ของ ชาคริตมา..พระเจ้า..เค้าน่ารักมาก
เรื่อง คริตกับจ๋า บ้าสุดๆ อะไรนี่แหละ
ตอนแรกก็คิดว่า..อืม คงเป็น ละครเรื่อง คุณแม่จำแลง..แต่มิใช่
มันคนละเรื่องเลยล่ะ
ว่าแต่ ชาคริต แต่งตัว กระเทย หลายเรื่องไปมั้ย...
แต่เอาเถอะ..พี่ท่าน..น่ารักมาก...ปลื้มๆๆๆๆๆๆๆ
ดูเหมือนว่า เรื่องราวปีใหม่ของตั๊บจะไม่ค่อยมีสาระเท่าไร
ก็มีไปทานข้าวกับที่บ้าน แม่ ยาย...คนมันญาติน้อยให้ทำไงได้
และก็ เช้าวันนี้ก็ไปทำบุญมา
ตอนนี้อยู่หน้าจอคอม ดู วิจารณ์กลอนใน เวบไปเรื่อยๆ เผื่อจะช่วยให้เข้าใจบทเรียนมาขึ้น
อากาศเริ่มหนาวอีกแล้วชอบจัง...แต่มันทำให้ไม่อยากลุกจากเตียงจริงๆ
'Noli me tangere for Caesar's I am;
And wild for to hold, though i seem tame
ลอกมาจาก Couplet สุดท้ายของ sonnet "WHOSO List to Hunt" by Sir Thomas Wyatt
บทกลอนนี้ เนื้อหารวมๆมีอยู่ว่า
มีคนมากมายต้องการความรักจากหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ้งเปรียบเธอเหมือนกวาง
แต่ เธอมีเจ้าของแล้ว ซึ่ง เจ้าของเธอคือ ซีซ่าร์ เพราะฉนั้น อย่าได้หวัง
ผู้เขียนกลอนนี้ เอาชีวิตของตัวเองมาแต่ง แต่ หญิงที่เค้ารักไม่ใช่ เมียซีซ่าร์(เกิดคนละยุค)
แต่ เค้าหลงรักAnne Boleyn มเหสีของ Henry VIII
นอยเนอะ..ถ้ารักคนที่มีเจ้าของแล้ว
ถึงทางการ เค้าจะไม่ได้เป็นของใคร
แต่ สำหรับเรา เค้ามี ป้ายติดไว้ว่า "ชอบพี่ได้ แต่อย่ารักพี่" (เสื้อตัวนั้นมันเขียนอย่างนี้ใช่ม่ะ)
And wild for to hold, though i seem tame
เอาจริงๆ มันต้อง tame และ ยอมให้ hold เซ้!
|
|
|