Tubby's profilehttp://leesungjinnrg.blo...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 30 ช่วงนี้เรื่องเยอะดีก่อนอื่นเลย ต้อง เรื่องเพศตรงข้าม....เจอพี่เอ็ด Jetseter แบบว่างานเปิดตัวเสื้อเชียร์ วง Jetseter ก็มาเล่นให้
อ้า....เราก็ ต้อง PRลีดตลก (ตอนแรกเค้าให้เราขึ้นก่อน เจ็ท แต่ว่า พี่โอ มือกีต้า ต้องรีบไปซ้อมต่อก็เลยนะ...อะ อะ ยอม)
ทำให้ เราได้มีโอกาสได้ไป อยู่หลังเวที ยืนมองพี่เอ็ดที่ดูชิวเหลือหลาย (ที่จริงเคยเจอ พี่เอ็ดแต่ตอนนั้นยังไม่ชอบ เจอตอนวงพี่ก็มาเล่นที่ มธ นี้แหละ เอิ๊กๆ)
ถามว่าไปชอบพี่เอ็ดตอนไหน คงเป็นตอนที่นั่งดูข่าวแล้วโปรโมทคอน disco funk ที่มี เบน ชลา โป้ โยคี บุรินทร์ และ บี อะนะ
ก็เค้าถ่ายให้ดูห้องซ้อม แล้วเห็นพี่เอ็ดกำลังตีกลอง ใส่เชิ้ต (ต้องเข้าใจ แพ้ผู้ชายใส่เชิ้ต) ใส่แว่น (แพ้ผู้ชายใส่แว่นเช่นกัน) นั่งตีกลอง (แพ้ผู้ชายตีกลองด้วย)
พระเจ้า...น่ารักดี...ชอบเลยล่ะกัน....เอิ๊กๆ ประมาณ ห้าวิที่ได้ดูพี่แกจากทีวี ชอบเลยซะงั้น (โอ้โฮ ใจง่ายจังวะ เรา)
แล้วก็รุ้สึกว่า พี่เอ็ด ดูคล้ายๆพี่หั่ง (พี่ในโต๊ะ ซะงั้น...เอิ๊กๆ) เราก็ช่างจับเอามาปนกัน
พอ เจ็ทเล่นเสร็จ ลีดตลกก็ได้พีอาร์ เราทำ VTR เองเลยนะเว้ย..ตอนขึ้นเวที ก็แอบขาสั่นๆ เหอๆ (ทำอย่างกะไม่เคยพูดต่อหน้าคนหมู่มาก แต่ยอมรับไม่เคยได้พูดภาษไทยเลยจริงๆ
โอ้โฮ เขียนเหมือนฉลาดมาก แต่ที่นึกๆมาก็ไม่เคยพูดไทยต่อหน้าคนหมู่มากจริงๆนะ ขึ้นเวทีไรแบบเนี่ย มีพูดอังกิด กับ เยอรมัน เอิ๊กๆ) ก็พีอาร์ไป มีคนเฮด้วย (ขอบพระคุณ..ไม่ได้จ้างหน้าม้านะคะ) ก็เห็น VTR ที่ตัวเองแอบดีใจ (เพราะเกิดมาไม่เคยทำ)จะบอกว่า ตื้อตันใจก็คงเวอร์ไป ก็พีอาร์ พอเอาสาระว่า จะมีแรกพบ...
พอพูดเสร็จ รีบลงเวที และก็เดินมาเจอ พี่เอ็ด นี้...เปลี่ยนเสื้อเส็ดเรียบร้อย(ตอนแรกเค้าให้ใส่เสื้องานบอล-ปีนี้ก็สวยดีนะ)
เราก็ยืนกลัวๆกล้าๆอยากถ่ายรูปพี่ แล้ว คิตตี้ ก็เดินไปบอกพี่เค้า "พี่ครับ ผมขอเดี่ยวๆ" ฮ่าๆ พี่เค้าก็เล่นมุข น้องจะชกกะพี่เหรอคับ มาเลยคับ ไรแบบเนี่ย โคตรน่ารัก เอิ๊กๆ
แล้วคิตตี้ก็คุยเรื่องเพลงกะพี่เค้า พี่เอ็ดก็บอกว่า ชุดแรกเน้น เบส ชุดสองเน้น กีต้า (คือพี่เอ็ดตีกลอง เค้าน่าจะเน้นกลองใช่ม่ะ) และพี่เอ็ดก็บอก ชุดสาม(ทำหน้าคิด)และตอบว่า
"สลึ่ง" ครับน้อง (ทำท่าดีดให้ดูด้วย) แล้วก็มีเม้าท์พี่โอเล็กน้อย และพี่เอ็ดก็แอบปากจัดได้ใจนะคะ...โอ้...อยากเรียนสมัยพี่เค้ายังเรียนอยู่
ตูว่าแล้ว...เด็ก ธรรมศาสตร์ ที่ตูชอบ เรียนจบไปหมดแล้วเนี่ย....โอ้ย....เหลือแต่อะไรไว้วะเนี่ย...ที่รังสิตเนี่ย...โอ้ย..เซ็ง(แต่ SI คนนั้นก็ดีนะ แต่ท่าว่าจะไม่ใช่ผู้ชาย...เอิ๊กๆ)
เข้าเรื่องลีดตลก...ก็แรกพบที่ผ่านมา..เราว่า มันก็เฉยๆวะ...บอกไปอย่างนี้ คงถามเราไม่ได้ เราเป็นประธาน แค่เราไม่พอใจกับผลงานตัวเอง แต่ก็ไม่รู้จะทำให้ดีกว่านี้ได้ยังไง
ถ้าทำแล้ว องค์ประกอบอื่นไม่พร้อม ยอมรับตามตรง ไอ้VTR เดินเอกสาร นี้ถนัดนัก แต่ให้ร้องและเต้น โอ้โน...แต่ก็ทำไปแล้วครับ ผมนำสันไปแล้วซะงั้น
เกิดมาไม่เคยเลยจริงๆ โอ้โฮ ประสบการณ์การณ์ใหม่ มีคนบอกว่าเราเสียงแหลม (แน่สิ..กูผู้หญิงนี่ฮะ-โอ้ นี่ก็โหดไป เอิ๊กๆ) เอาเป็นว่า จะทำให้ดีที่สุดนะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เมื่อกี้นั่งดู serie เรื่อง Traveler ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ชายหน้าตาดี สามคม คือ เราอะชอบดาราสามคนนี้เว้ย แต่ว่า เพราะดูหนังเรื่องอื่นของเค้ากัน และแล้ว ผู้กำกับก็เอาสามคนนี้มาเล่น ละครเรื่องเดียวกันซะงั้น...พระเจ้า..นั่งดูไปก็เอาผ้าเช็ดน้ำหมาก...มันน่ารักกันจริงๆเลยคะ แต่ละคร แอบสั้น มีแค่ แปดตอนเท่านั้น...อยากดูต่อมากมาย...เฮ้อ..แต่ที่ เมกา ยังไม่เอาลงเลยวะ เหอๆ ไทยก็คงนะ... แต่หนังเค้าก็ดีจริง เนื้อหาดี และที่สำคัญ หนุ่มโดนใจมาก
++...ตอนไป เมกา หวังว่าจะได้หน้าตาอย่างนี้มาครอง(เอาแบบAaron Stanford จะปลื้มโคตร แต่แกเซอร์มากเลยวะ) เหอๆ ++
แล้ว Shane ออก survivor serie โอ้โฮ พระเจ้า..น่ารัก....และน่ารัก แต่นะ จะได้ดูมั้ยเนี่ย เอามาฉาย วันอาทิตย์ เอิ๊กๆ เฮ้อ...ชอบตั้งแต่ ป5
โอ้โฮ...นี่คือ ผู้ชายต้นฉบับของเราเลยนะเว้ย แบบ ไร้ที่ติ อะ ไร้ที่ติจริงๆ หากบุญพา วาสนาส่ง ขอเจอ เชน อีกได้มั้ย สาธุ...ว่าไปนี้ก็ ธันวาอีกแล้ว จะครบสองปีที่ได้เจอเชนตัวจริง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++
และเมื่อเขียนจนพอใจ เราก็ลบข้อความที่แทนใจทิ้ง
บางเรื่องหากไม่ให้รู้ก็เป็นเรื่องดี
และบางเรื่องเก็บในใจไว้มันก็ดีกว่าที่จะบอกไปตรงๆ
เมื่อเราได้ระบายไปแล้ว
และตอนนี้อาการกลับมาเป็นปกติ
เราก็ลบมันทิ้งอย่าให้ใครรู้ไปเลย
ความจริงที่วนเวียนมานาน
พูดแสดงความน้อยใจไปก็เท่านั้น
หากให้เด็ดขาดต้องการกระทำ
อยากจะลุกก็ลุกจากไป
อยากจะตัดก็ต้องกล้าถือกรรไกร
แต่นี้หากกรรไกรก็ยังไม่กล้าถือ
วันนี้เราก็ยังเป็น"ผู้น่าสังเวทชีวิตตัวเอง"ไปเรื่อยๆ
November 24 อ้า
เราเป็นประธานลีดตลกวะ ไม่ได้รู้สึกว่า โอ้โฮดีจัง ยิ่งใหญ่ มีอำนาจ แค่รู้สึกว่า เหมือน แพะรับบาป ยังไงก็ไม่รู้ แต่ไม่ได้เกี่ยงหรืออยากโยนให้คนอื่น ถามว่าสนุกมั้ย ตอบได้ตรงๆว่า สนุกมาก ประสบการณ์ที่ดีมั้ย คิดว่า สิ่งนี้น่าจะสอนให้เราทำงานได้ดีขึ้น มีสติมากขึ้น แต่ลีดตลก ไม่ใช่กิจกรรมแบบที่เราถนัดเลย เราไม่ชอบเต้น ไม่ชอบร้องเพลง แบบนี้ เราชอบทำงานพวก เอกสาร เบื้องหลังมากกว่า ไม่ได้มีความกล้าแสดงออกในด้านนี้ขนาดนั้น เหอๆ พอมาเป็นประธานแล้วเหมือนเราต้องทำได้ทุกอย่าง คือไม่รู้นะ ประธานมันไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่าง แต่ต้องรู้ว่า จะทำทุกอย่างได้อย่างไร เรื่องงาน เรามักจะชอบความสมบูรณ์แบบ ความแน่นอน เราไม่ชอบ เล่นๆ ขำๆ ชิวๆ เราว่า มันน่ารังเกียจ ถ้าเรื่องงานนะ เฉพาะ เรื่องงาน ส่วนเรื่องอื่น เราไม่มีสาระอะไรเท่าไร เหอๆ ปัญหาในการทำลีดตลก มีมากกว่าทำรับน้องโต๊ะหลายเท่าตัว แต่ก็เหมือนกับว่า เมื่อเราออกไปทำงานแล้ว เราก็ต้องเจอปัญหาอีกมากมาย ฝึกไว้แต่ตอนนี้ก็คงจะดีไม่น้อย แต่เรายังเชื่อว่า เรายังเป็นผู้นำที่ไม่ดีพอ เราต้องการประสบการณ์อีกเยอะเลยล่ะ เหอๆ หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ------------------ Shane ออก Survivor 2007 น่ารักเหมือนเดิม โอ้..รักเชน เดียว ธันวา ก็ครบ สองที่ได้เจอเชนตัวจริงแหละ...อยากเจออีก ว่าเนี่ยไป เมกา ถ้ามี raw อยู่เมืองใกล้ๆ คิดว่าจะไปดู อิอิ ถ้าไปเมกา และดูในสนามจริงๆ คงได้อารมณ์ แต่บอกตามตรง...เราก็ดูมวยปล้ำมานานแหละ ชอบเชนจะครบ สิบปีแหละ ไม่เคยดู โชว์นี้ได้ดูลักษณะสักที เราดูแบบ ขำๆอะ ไม่ได้เชียร์ แหกปาก บอก ฆ่ามันๆ ดูแบบ คนนี้หล่อนะ คนนั้นเทห์ดี เวทีสวยนะ โปรดักชั่นดูดี อะไรแบบเนี่ยอะ ไม่ได้สนใจว่าใครเป็นแชมป์ แต่เรื่อง การแสดงเนี่ย ถ้าห่วยๆเนี่ย ขอด่านิด ไม่สมบทบาท อย่าง บาติสต้า ซีน่า เงี่ย...โอ้ย...แกขายแค่กล้ามกันใช่มั้ย ------------------------- เทอมนี้ เกรดออกครบทุกตัวแหละ เหอๆ อีจี อ่าน ของเรา...โถ...ไม่น่าเลย ตอนนั้นอยู่ดี เกิดอารมณ์ไม่อยากทำ ควิส ในห้อง ไม่อยากทำตั้ง สองครั้ง เอิ๊กๆ ได้มาบี ถ้าสมมติว่า ทำใจได้อย่างคนอื่น คงได้ บีบวก เอ ไปแล้วแน่นอน เสียคะแนนเก็บไปฟรีๆ แต่เอาเถอะ ได้มาอย่างนี้ก็ดี เทอมนี้สิ...202 เริ่มมา ก็ทุเรศแล้ว บรรยายโคลงผิด เข้าใจผิด เหมือนจะถูก แต่ไม่ใช่ เวรๆๆๆๆๆ นี่กูเลือกเรียนคณะถูกเปล่าวะเนี่ย (ชอบกลับมานั่งคิดเรื่องเดิมอีกแหละ) อยากเรียน วารสาร แต่แม่ให้เรียน ศิลปศาสตร์ ไม่ชอบ นิติ และ รัดสาด ชีวิตก็เหลือแค่ ศิลปศาสตร์แล้วอะ โตขึ้นไปจะมีงานทำเปล่าวะ กูเครียดเรื่องงานจริงๆนะเนี่ย
November 12 จงรักโปรดอย่าถามว่าฉันเป็นใครเมื่อในอดีต
และโปรดอย่าถามว่าอดีตฉันเคยรักใคร รู้ไว้อย่างเดียว เดี๋ยวนี้รักเธอ และรักตลอดไป รักมากเพียงไหน กำหนดวัดได้เท่าดวงใจฉัน **อย่าเพียรถาม ว่าฉันจะรักเธอนานเท่าใด ฉันตอบไม่ได้ว่าฉันจะรักชั่วกาลนิรันดร์ เพราะชีวิตฉันคงไม่ยืนยาว ไปถึงป่านนั้น รู้แต่เพียงฉัน หมดสิ้นรักเธอ เมื่อฉันหมดลม รู้สึกเวทนาตัวเอง
และที่อดทนมาทั้งหมด
เพื่อลึกๆหวังว่า
จะไม่ต้องเดินวนเวียนในห้วงอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้อีก
เหมือนคนกำลังกระหายน้ำใกล้ตาย แล้วขวดน้ำเย็นใสสะอาดมาจากไหนก็ไม่รู้
คนดีใจ เปิดฝาขวดช้าๆ ค่อยจิบน้ำอย่างระวังกลัวน้ำแม้แต่หยดเดียวจะหกออกมา
แล้วจู่ๆ ก็มีคนมากระชากน้ำออกไป หรือ ขวดน้ำก็หายวับจากมือ
หายไปไหนก็ไม่รู้
สิ่งวิเศษสิ่งเดียวที่คิดว่าจะครอบครอง หายไปอย่างไร้ร่องลอย
แต่คนกระหายน้ำนั้นก็ยังต้องทนต่อไป ต้องอยู่ได้
และก็เสาะแสวงหา บ่อน้ำ หรือ น้ำต่อไป
เออ ความรักเราประมาณนี้แหละ
แต่ รู้สึก ขวดน้ำจะมา จะหายไปหลายรอบ
จนเหนื่อย อยากตาย แต่ก็รู้ถึงความสุขเมื่อครันได้จิบน้ำมันวิเศษ
จนต้องทนหาน้ำต่อไป
เพราะหวังว่าสักวันจะได้เจอ กรมชลประทาน
ที่จะผลิตน้ำให้เราได้ตลอดไป ไม่มีวันหมด จนกว่าเราจะตาย
เออ...กรมชล...อยู่ไหนวะ
ออกมาสักทีซิวะ?
November 03 วันนี้ที่ Clickสุทธาทิพย์จะไป อเมริกา เด๋อคะ
สุทธาทิพย์มีความฝันเล็กๆอยากจะพาร่างน้อยๆ(- -")ของสุทธาทิพย์
เยี่ยมพื้นดินของลุงแซม
ตอนนี้ฝัน ตลอดเวลาเกือบยี่สิบปีของสุทธาทิพย์จะใกล้เป็นจริงแล้วคะ
ตั๊บสมัครโครงการ Click เป็น work and travel ธรรมดานี้แหละคะ
นี่เป็นครั้งแรกของตั๊บที่จะไปเมืองนอกนานเกิน สามอาทิตย์
และนี้เป็นการเปิดตัวครั้งแรกของ Clickที่จะส่งนักเรียนไทยไป
(คือโครงการเพิ่งแยกมากจากโครงการใหญ่อีกโครงการ อะจ้า)
ก็ดีนะคะ..สมมติในอนาคตบอกคนอื่น
"รู้จักClickมั้ยเธอ"
ตั๊บก็จะตอบ "อ๋อ แน่นอน ตูนี่แหละ รุ่นแรก"
โอ้โฮ ฟังดูโคตรแก่กันไปเลยนะคะ
เมืองที่ตั๊บจะไปอยู่คือเมือง Berlin รัฐ Maryland
เป็นเมืองเล็กๆที่ถ่ายทำหนังเรื่อง Run away Bride
ร้านอาหารที่ตั๊บไปทำกะเพื่อนคือ ออฟ ชื่อร้านว่า
Rayne's reef
ก็คิดว่าคงเป็นร้านอาหารธรรมดา
เปิดตั้งแต่เช้าถึงค่ำ เพราะเห็นมี breakfast menu ด้วย
อิ่มเลยละคะพี่น้องกลับมา สุทธาทิพย์อ้วนกว่าเดิม...
(เวร..ถ้าอ้วนกว่านี้ ชีวิตนี้ก็ครองโสดไปจนตายอะคะ)
แต่ว่า ตอนนี้จะเล่าเรื่องที่ไปสัมภาษณ์มาให้ฟังนะคะ
ตั๊บไปถึงที่นั้นก่อนเวลานัดประมาณครึ่งชั่วโมง
และก็มีโอกาสได้คุยกะพีคนนึงชื่อ พี่เอม
พี่เค้าก็ทักว่า เออเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า
เราก็เออ..คุ้นๆ แต่ไม่ได้ติดใจอะไร
สักพักคุยไปคุยมา อ้าวพี่เคยทำงาน UCE ด้วยกัน
ฟังไปนิดแล้วอยากจะกรี๊ด...
โลกมันจะกลมได้กว่านี้อีกนิดหรือคะ
ตั๊บก็ถามเรื่องพี่ฑูรย์...ผู้ชายคนนึงที่นอยหนัก
(คือรู้จักกันตอนไปทำงาน UCE นี่แหละ..และเค้าก็โทรมาหาทุกๆวัน..และจิปาถะ
สุดท้ายจบด้วยการที่..ก็พี่ที่ดีคนนึง 555)
พี่เอมว่า พี่เค้าทำงานเป็นที่ปรึกษาอาจารย์ของ นิติ ธรรมศาสตร์
ถึงว่าวันแรกพบตอนปีหนึ่ง ก็เจอเดินใน มธ. นึกว่าได้เรียนโทนิติ สมใจ เอิ๊กๆ
ส่วนพี่เอมเองก็เป็นเด็กมธ เหมือนกัน รหัส 46 โอ้..โลกมันใบเล็กนักหรือวะ
พอถึงเวลา ตั๊บก็เข้าไปสัมภาษณ์พร้อมกะ ออฟ (นี่เราจะใช้ชีวิตด้วยกันที่ต่างถิ่น..sparkเลยสิคะ)
ออฟเป็นผู้หญิงนะ...เอิ๊กๆ เพื่อนในเอกวรรณนี่แหละ
เราไม่ค่อยมีปัญหาเวลาสัมภาษณ์นะ แต่เราเป็นคนชอบเหงื่อแตก
และเปนคนพูดเร็ว แต่ก็ดี ที่ก็พูดรู้เรื่องนะ เค้าถามง่ายอะ
เริ่มที่ ทำไมอยากทำงานที่นี่
ตั๊บก็ปั้นคำตอบสวยหรูไปว่า ตั๊บอยากเรียนต่อเมกาเลยอยากใช้ชีวิตที่นั้นดู
อีกอย่าง ไปเมกา เป็นฝันของตั๊บตั้งแต่เด็กๆ ไรทำนองนั้น
แล้วเค้าบอกว่า ทำไมอยากไป Maryland
555ตั๊บตอบอย่างนางสาวไทยว่า ตั๊บคิดว่าเป็นเมืองที่ดี
และใกล้ DC NY ไรแบบนั้น แต่เหตุผลจริงๆของตั๊บคือ
Shane McMahon เกิด Gaitherburg,Maryland ดังนั้นแค่ตั๊บได้ยินชื่อเมือง ตั๊บก็สะดุดแล้วคะพี่น้อง
ต่อมา เค้าถามว่า ตั๊บเคยทำงานมั้ย
ตั๊บก็บอกว่า ตั๊บเคยทำงาน Architet 50 ทำงานสต๊าฟพาชมงาน
เค้าก็บอกว่า ดีเลย อย่างนี้ก็รู้จัก customer service ละสิ
(เมิงเอาตอน Universiade ที่ตูกะพี่เช ขับรถไปส่ง นักข่าวกรีก ถึงนอก ม. ตอน ตีสองเปล่าละเพราะtaxiไม่มี)
แต่ตั๊บก็ตอบไปอย่างคิคุว่า
ตั๊บต้องทำให้ลูกค้าพอใจที่สุด ไม่ว่าลูกค้าจะขอให้ทำอะไร ตั๊บจะทำให้ดีที่สุด
แล้วเค้าก็ถามว่า หากมีปัญหากะหัวหน้าจะทำไง
ตั้งแต่ทำงานมานะ...ไม่ค่อยมีปัญหากะหัวหน้านะ ที่มีระเบิดอารมณ์จนตกใจ
ก็มีแต่พี่ตั้มตอนทำ uni นะ..นอกนั้นชิวๆ
เราก็เลยตอบไปนิ่งๆว่า
ตั๊บเชื่อใน การเคารพผู้อาวุฒโส(เขียนไงวะ seniority)ดังนั้นตั๊บจะฟัง
แต่ถ้าตั๊บมีความคิดที่แตกต่างออกไป ตั๊บจะพยายามบอกเค้าอย่างสุภาพ
อืมฮือ...พี่ที่สัมภาษณ์ ดูปลื้มใจตูขึ้นทันที เหมือนว่า
"ถึงน้องหน้ากะเหรี่ยง แต่ตอบได้มีการศึกษาขัดกะหน้าตามาก"
(คือเพิ่งไปตัดผมใหม่มา..ข้างหน้ามันสั้นไป..ตูเลยไม่มั่นใจเลย)
ฮ่าๆ
และพอเค้าบอกผลว่าผ่านใน ใบเราที่จะต้องส่งให้หัวหน้าที่โน่น
เค้าเขียนว่า "รับประกันเด็กคนนี้ควรได้ทำงาน 100%"
คือตรง คอมเม้นต์ตอนท้ายเค้าจะเขียนไม่เหมือนกันอะ ก็เออ...ก็เลยดีว่า
ถึงเค้าจะต้องพยายามรับเราไปทำงาน แต่อย่างน้อยเราก็มีดีจริงๆนะไม่ใช่มีแค่เงิน
(ตั้งแต่สอบสัมภาษณ์มีไม่ผ่านที่เดียว ก.พ. เชอะ..ติดห้าคนสุดท้ายจากทั่วประเทศเลยนะเว้ย)
ขอเพิ่มเติม..การสัมภาษณ์ครั้งนี้
ภาษาอังกฤษ นะคะ
(อยู่แล้วอะ..ทำงาน เมกา...สัมภาษณ์ ลาวมั้ง)
และตั๊บก็ได้ทำความรู้จักกะพี่ๆกลุ่มใหม่ ก็ที่ click นี่แหละ
มีการบอกพี่...พอเรียนจบขอมาทำงานที่นี่ได้ปะพี่..กร๊าก...
เฮ้อ...ตูเครียดอะ...ต้องหาลู่ทางทำงานก่อนเว้ย..เดียว ปีสี่ หา แล้วมันจะไม่ทัน
เอาละ...สุดท้ายนี้ ขอให้เกรดเทอมหนึ่งออกมา น่าพอใจ
รู้ว่าทำไปได้ไม่ดี กูเข้าใจโจทย์ผิด..(ว่ามีอะไรเชี้ยกว่านั้นเปล่าละ)...แต่ขอบอกว่า ไม่เคยไม่ตั้งใจ
อย่างน้อย ช่วยให้ค่าอ่านตั๊บเถอะนะคะอาจารย์ อ่านจริงๆ
ส่วนวิชา writing จารย์บอกว่า quizครั้งล่าสุดในท๊อป ก่อนหน้านั้นquiz 2ก็ได้ท๊อป
แม่งฟังดูดีเนอะ...แล้ว Final ละจารย์ ครั้งแรกเราทำไว้ เชี้ยมากๆเลยอะ ขอบอก
ใครจะเชื่อว่า topic sentence มันจะยากนรกแตกวะ
จารย์ก็บอกว่า .. ลุ้น บี ก็ได้
เอาเถอะ...ตั๊บอยากบอกว่า ตั๊บตั้งใจทำงาน ตั้งใจเรียน ตั้งใจสอบจริงๆ
ขอร้องอย่าให้มีอะไร ผกผัน พลิกผัน
ตั๊บเป็นคนใจอ่อนแอ...เฮ้อ...เรื่องเรียน มันโคตรสำคัญกับชีวิตตั๊บนะคะพี่น้อง
ปริญญา และ transcript มันไม่ได้บอกว่า ตั๊บเป็นคนดี แต่ มันใช้สมัครงานนะคะพี่น้อง
กรี๊ด ถ้าเกรดไม่ดี เรียนต่อเมืองนอก ก็ลำบากมากเลยนะคะ พี่น้อง
เรียนภาษาวรรณ เพราะอยาก ปึกภาษาอังกิด...ตั๊บอยากเรียนต่อ เมกา นะคะ พี่น้อง
กะทำงานก่อนสักปี แล้วค่อยไปเรียนต่อ
(โอ้โฮ...ตูจะมีแฟนมั้ยวะนั้น...มานจะรอตูไปเรียนต่อได้มั้ยนั้น ตูไม่เคยเปลี่ยนใจจากใครนะเว้ย..)
เอิ๊กๆ...เริ่ม พร่ามไปไกล
จบ
November 02 จะจำให้ได้เรายอมรับว่า บางครั้ง เรามัก"ลืม"เหตุผล หรือ เหตุการณ์บางอย่างที่สำคัญในชีวิตไป
เรามักลืมว่า จริงๆแล้ว เรายังมีคนที่รักเรา ยังมีคนที่ห่วงใยเรา ห่วงเราจริงๆจากใจของเค้า
ก็ไม่ใช่ใครไกลที่ไหนนะ ก็ "แม่" เรานี่แหละ
บ้านเราค่อนข้างมีความส่วนตัวให้กันสูงนะ(ใช้คำว่า บ้านนี่ ก็หมายถึง แม่ คนเดียวอะนะ)
แม่เราถือว่าเป็น แม่ที่ปล่อยลูกมากเลยนะ ไม่ใช่ว่า ไม่ห่วง แต่เค้า เลี้ยงแบบอิสระ แม่เรา จริงๆแล้ว ห้ามเราไปไหนมาไหนน้อยมากเลยนะ
คือ แม่ต้องมั่นใจว่า เออ ปลอดภัย โอเค แม่ก็ให้ไปทุกที่เลยนะ จะมีแม่สักกี่คน ที่ลูกขอไปเที่ยวเชียงใหม่กะเพื่อน ตอน ม4 มั้ง
ขอ สองวันก่อนไป แล้ว แม่ยังให้ไป...โอ้โฮ ไม่มีหรอก แล้ว ขอไปพัทยากะเพื่อนๆตอนเรียนจบ แม่ก็ให้ แม่ที่ไหนจะชิวขนาดนี้ เราว่า เพราะแม่เชื่อใจเรา
มันมีบางครั้งที่เค้าโมโห เลยทำให้ความเชื่อใจเค้าในตัวเราลดลงนะ แต่ นั้นแหละ ลึกๆ เค้าก็ต้องเชื่อใจเรานั้นแหละ...เราลูกคนเดียว แม่ก็มีเราคนเดียว แม่จะเชื่อใคร
เรื่องการเรียน เราว่าเราก็ไม่ได้ เหลวไหลมากนะ คะแนนเราอาจจะขึ้นๆลงๆให้แม่ตื่นเต้นเล่น(แต่เราเครียดกว่าเยอะ) แม่ก็ไม่ได้กังวลแบบ ร้องห่มร้องไห้ ลูกฉันช่างนอยจริงๆ
ก็เปล่านะ คือ เพราะเค้าเห็นเราเครียด (เวลาคะแนนออก เราเครียดจริงๆนะ ไม่ใช่ไม่ตั้งใจ แต่คือ ก็กูทำไม่ได้จริงๆ หลายคนบอกเราเครียดเกินเลยเละ เอิ๊กๆ)
แม่ก็ว่าบ้าง ก็อย่างแม่ทั่วๆไป แต่ถ้าแม่ไม่เห็นเราเครียด แม่จะเปิดการแสดงโต้วาทีแน่นอน
เรื่องความรัก แม่ก็ไม่ชอบเท่าไร แต่ก็ไม่ได้เป็นแม่ที่หลุดออกมาจากนิยาย กีดกั้น ด่าท้อ ก็ไม่ใช่นะ เราว่า แม่เรามีไม้แข็งกะเรื่องนี้ก็ดีนะ
เพราะเราเป็นคนมองฝ่ายตรงข้ามดีเสมอ ไม่ใช่ว่า รักทำให้เราตาบอด เพียงแต่ เราอยากมองสิ่งดีๆ สิ่งที่ไม่ดีก็ค่อยดูไปเรื่อยๆ ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็บอก ไรแบบนั้น
ก็คิดนะ ถ้าเรารักผู้ชายคนนึงมากๆ แต่ แม่บอกไม่ผ่าน เวลาผ่านไปหลายปี แม่ก็ยังบอกไม่ผ่าน
เราว่า เราก็คงต้องจากลากับผู้ชายคนนั้นนะ ไม่ใช่เพราะเลือกแม่ เพราะแม่เป็นแม่นะ เพียงแต่ มันต้องมีอะไรแย่จริงๆเลยทำให้แม่เห็นอนาคต เพราะแม่เราไม่ใช่คนใจแข็งนะ
ถ้าเค้าใช้เวลาดูใครนานๆ แล้วยังไม่ผ่าน นี่ก็น่ากังวล...(แต่แค่ไม่กี่อาทิตย์ แล้วจะให้ผ่านเนี่ย...คงไม่ใช่ สไตล์แม่เรา)
แม่ก็เคยบอก ไม่ต้องเอารวยหรอก แค่ ดูแลเราได้ก็พอ...ก็จริง ที่คิดว่าแม่strictเรื่องเงินในกระเป๋า นี่ คิดผิดเลยนะ โคตรผิด เพราะบ้านเราไม่คิดว่า
แต่งงานกะผู้ชายคือต้องให้ผู้ชายเลี้ยงทั้งหมดนะ ถ้างั้นคงต้องสมัครเป็นไปลูกสาวเค้าแทน แต่ต้องช่วยกัน ไม่เอาเปรียบกัน อะไรแบบนั้น
อีกอย่าง คงไม่มีแม่ดีๆที่ไหน เจอผู้ชายที่ลูกตัวเองคบ หรือแค่ลูกชอบ แล้วสนับสนุน บอกว่า "นี่ลูกสาวฉันคะ เอาไปเลยสิคะ" เฮ้ย..อันนั้น ไม่ไหววะ มันต้องใช้เวลา
ส่วนเรื่อง จิปาถะ ก็ไม่มีนะ แม่ก็เรื่อยๆ ขับรถไปชน แม่ยังไม่ว่าเลย (ยายก็ไม่ว่า..แต่สองคนนี้ เค้าจะไม่เคยรู้เรื่องเดียวกันนะ..คิดดู..เราชนกี่ครั้งล่ะ เอิ๊กๆ)
สิ่งที่เราจะสื่อก็คือ บางครั้งเราทำตัวน่าสงสาร เราชอบคิดว่า ใครๆก็ลืมเรา บางครั้งที่เราเหงา ก็ไม่มีอยู่กับเราเลย ขนาดแม่ แต่จริงๆแล้ว แม่เราก็งานเยอะ
ใครว่าทหารชิว ก็คงไม่ กองแม่เรานะ เป็น ผอ.กอง คงชิวไม่ออก
เค้าก็เลยลืมโทรหาเราไปบ้างก็มี หรือฟังเรา เราก็เคยน้อยใจนะ และตั้งคำถามว่า "ทำไม" แต่เราก็รู้ว่า
ยังไงเราคือคนเดียวที่แม่เราคิดถึง เราคือคนเดียวที่แม่จะรัก
เราไม่จำเป็นต้องทำตัวให้ดีเด่นกว่าใคร แม่เราก็รักเรา เราเคยคิดด้วยนะว่า มันเป็นเพราะ เราเป็นลูกคนเดียว เค้าเลยต้องเลี้ยงเรา เหมือนชีวิตเค้าติดอยู่กับเรารึเปล่า
เราก็เคยถามแม่ ว่าที่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างนี้ เพราะชีวิตเราติดกันใช่มั้ย เพราะมันคือหน้าที่และความจำเป็นใช่มั้ย
แม่เราก็บอกว่า หน้าที่ก็ใช่ แต่ ทั้งหมดที่ทำไปก็เพราะรัก ถ้าไม่รัก เค้าก็ไม่อยากเลือกสิ่งดีๆให้กับชีวิตเราหรอก
นี่คือสิ่งที่เรามองข้าม เรามองข้ามเรื่องราวเหล่านี้ไปบ่อยๆ จริงๆแล้ว เราเคยคิดว่า มีคนสองคนที่รักเราจริงๆ แต่แล้ว ก็มีคนหนึ่งเลือกที่จะไปใช้ชีวิตใหม่
ทำให้เราเหลืออีกคนหนึ่ง ก็คือ แม่ เราเคยคิดว่า "มันไม่พอ" เราก็เริ่มเสาะแสวงหา คนที่จะมาชดเชย สุดท้ายก็ไม่มี ไม่มีใครที่จะทนเราหรือยอมเราได้
และก็เหมือนว่า เรากลับมาตายรัง นานหลายปีกว่าที่เราจะคิดได้ เรารู้ว่า ชีวิตเรายังขาด "ความรักแบบที่เราต้องการ"
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ชีวิตเราขาดความรัก เราเคยคิดว่า ทำไม บางครั้งเราทุ่มเทเหลือเกิน ทุ่มเทให้กับคนที่เราคิดว่าเรารักเค้า
แล้วใครที่ทุ่มเทให้เรา...อะไรที่ทำให้ความรักเราไม่เคยหมด เราก็คิด "อ๋อ..เรามีแม่"
แม่เคยบอกประมาณว่า อย่าคิดว่า ตัวเองไม่มีคนรัก เพราะเพียงแค่ พ่อแม่ ไม่เป็นไปอย่างที่ใจตั๊บต้องการ
ก็จริง เราชอบบอกว่า ทำไมเราไม่สมหวัง ทำไมเราทรมาน ทำไม ทำไม และ ทำไม
ทำไมคนที่เรารักชอบทำร้ายเรา ทำไมคนนี้ต้องทำให้เรารัก ทำไมเค้าให้ความหวัง ทำไมคนนั้นต้องการอย่างนี้จากเรา
ทำไมชอบบอกว่าเราไม่ดีพอ ทำไมทำกับเราเหมือนเราเป็นอากาศธาตุ ทำอย่างนี้กับเราได้ยังไง
แล้วพอเรามีสติ เราก็ย้อนกลับมาถามตัวเองว่า
"แล้วเราเสาะหา แสวงหา อะไรจากเค้าเหล่านั้นล่ะ" ถ้าเราไม่แสวงหา ความทุกข์ มันจะเกิดมั้ย
ถ้าเราจะหา "ความรัก" จากคนเหล่านั้น เราคงไม่เจอ อาจจะได้เจอ แต่คงไม่ได้มาง่ายๆ
เราเคยทุ่มทุกสิ่งทุกอย่าง เสียศักดิ์ศรีก็เสีย อายก็อาย ทรมานก็สุดๆ แต่ "ความรัก" ก็ไม่เคยบังเกิดให้เรา
จนเราต้องตั้ง limitให้กับตัวเองใหม่ อย่างน้อย ถึงจะเสียใจ ก็ไม่ต้องอับอาย
ถ้าเราจะเสาะหา"ความรัก" เราคงไม่ต้องไปไหนไกล แค่เดินข้ามห้องไปห้องนอนแม่ เราก็มีผู้หญิงคนนึ่งที่รักเรามากที่สุดในชีวิตเค้าแล้ว
อาจไม่ใช่ความรักแบบ หนุ่มสาว อาจไม่ใช่ความรักแบบคนรัก อาจไม่ใช่ความรักในแบบที่ใจเราต้องการ
แต่มันก็เป็นรักที่ดีไม่แพ้กัน แล้วสักวันนึง เราคงได้ ความรักแบบที่เราต้องการ คู่ไปกับ ความรักที่มีผู้หญิงคนนึงให้เรามาแล้ว ให้มาตั้งแต่วันที่เราเกิด
เราจะพยายามจำสิ่งที่เราเขียนให้ได้ ในครั้งต่อไปที่เรารู้สึกว่า เราขาดความรัก ขาดความอบอุ่น และเราจำเรื่องดีๆไม่ได้ กลายเป็นจำเรื่องแย่ๆได้
เราจะพยายามไม่ลืม สิ่งที่เราเขียนวันนี้
เราอัพspace หน้านี้เพียงเพื่อเตือนสติตัวเองเท่านั้นนะ....สาธุ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อกี้ เพิ่งดู เป็นต่อ มานะ โอ้โฮ ชาคริต แค่ นั่งกิน ไอติมcone ธรรมดา ยังโคตรน่ารัก
แม่ง ทำบุญด้วยอะไรวะคะ พี่น้อง โคตรเทห์ (โอ้โฮ นึกถึงหนังสือรุ่นที่เขียนถึง ไอ้แอน..ทอมhot-พี่แอนโคตรเทห์ โคตรเทห์..ทั้งหมดมีเขียนแค่เนี้ย)
แล้วจะมีอยู่ซีนนึง ที่ ทิพย์มาเช็ดตัวเป็นต่อ ตอนเป็นต่อเมาๆ โอ้โฮ สายตาสุทธาทิพย์นี้จะทะลุเข้าไปในจอ โผล่ออกไปถึงสตู scenario
ชาคริตน่ารักมาก แม่เค้ารับประทานอะไรเป็นอาหารตอนตั้งครรภ์วะคะเนี่ย ลูกออกมาหน้า วัวเนื้อพันธุ์hotขนาดนี้
แหม..เริ่มเขียนไปมากๆ เดียวจะติด rate ไปสะก่อนนะคะ สุทธาทิพย์ไม่ได้ฝักใฝ่ เพียงแค่มือมันพาไปเท่านั้น
อ๋อ...แล้วตอนนี้ รอ ตารางแข่ง RAW ของ WWE อยู่นะคะ เพราะ เมื่อบุก เมกา นี้ขอเช็คหน่อยว่า สุทธาทิพย์จะมีบุญได้ไปดู wwe จริงๆมั้ย
ถ้าบัตรของ RAW นี้ก็ไม่แพงเท่าศึกใหญ่ อย่าง Wrestle Mania (ปีนี้มันครั้งที่เท่าไรแล้วคะเนี่ย) ช่วงที่ไปเมกา นี้ก็ศึกนี้พอดีนะเนี่ย อิอิ(ฝันสะ)
แต่ถ้ามี Smackdown นี้สุทธาทิพย์ไม่ดั้งด้นถึงเมกาแน่นอน มาเมืองไทย สาม รอบ รวมค่าบัตร ไป หมื่นกว่าบาทได้
ครั้งล่าสุดนี้ปลื้มมากเลยนะคะ...นักมวยปล้ำชวนกลับ โรงแรม ซะงั้น..โอ้โฮ guard wweริมสนามก็คุยกัน จับมือทำความรู้จักเป็นเรื่องเป็นราว
สต๊าฟที่งานก็มีคุยด้วย แลกเมลล์เล่มเอมเป็นครั้งคราว..จบงานได้ คบสายฟ้าแล่บกะพนักงาน RS สะงั้น ...เราว่าชักมั่วเข้า universiadeเล็กน้อย
เอาเถอะ...ชุดเดียวกัน..อะไรจะ ดวงขนาดนั้น แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ใช่เหตุผลที่ สนับสนุนทุกสิ่งทุกอย่างของ World Wrestling Entertainment
ประเด็นหลักคือ Shane Brandon McMahon...โอ้ย...จะ สิบปีแล้ว...ว่าจะจัดครบรอบให้กับตัวเองดีมั้ยวะเนี่ย
อ้า..ปีนี้ วันเกิดก็ฉลองที่เมกาด้วยสิ...โอ้โฮ..เกิดมา วันเกิดอยู่ต่างถิ่นกี่ครั้งแล้ววะเนี่ย สาม ครั้ง Newzealand Germany แล้วนี่เลย America
หิหิ ฟังเหมือนหรู...จริงๆแล้ว คือ เปลี่ยนสถานที่เปลี่ยวใจ ^_^ ๒๓ เมษา เกิดวันเดียวกะ Shakespeare นะ แต่ทำไม ตูไม่ฉลาดเหมือนเค้าวะ
จบ |
|
|