Tubby's profilehttp://leesungjinnrg.blo...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 26

    โลก

    โลก...หมุนอย่างสม่ำเสมอ
    เวลา...เดินไปอย่างไม่เคยรอ
    แล้ว...
    ทำไมเราต้องหยุดอยู่กับที่
    ทำไมต้องพยายามหยุดอยู่กับที่
    ก้าวขา ข้างที่หนึ่ง
    ก้าวขา ข้างทีี่สอง
    ก้าวไปเรื่อยๆ
    เดินไปเรื่อยๆ
    แม้จะหลงทาง ก็เดินไปเรื่อยๆ
     
    ----
     
    วันนี้ตอนเช้าแวะไปร้าน (เพราะคุณผู้จัดการเค้าอยู่คนเดียว)
    ก็ไปแบบเบิกบานกันเด็กไทย เพราะจะไปเมืองsalisbury(เมืองที่ใหญ่กว่า..มันส์กว่า)
    พอเจอคุณผู้จัดการ คุณผู้จัดการก็หน้านิ่งๆ ตาแดงๆ..
    ปกติของคุณผู้จัดการ เพราะ ถึงคูณจัดการจะเข้างานเที่ยงก็หน้าตา สลึมสลือตลอดเวลา
    พอพวกเราทีกทายคุณผู้จัดการ
    คุณผู้จัดการก็บอกว่า
    "my best friend died last night."
    โอ้...เพื่อนของไรอันเสียเมื่อคืน เพราะว่า ขับมอไซค์ แล้วโดนรถชน
    ตายอยู่กลางทุ่ง...พบศพหลังจากเกิดเหตุ ห้าชั่วโมง
    สิ่งที่นอยมากคือ เค้าบอกว่า ถ้ารถที่ชนขับไปส่ง รพ.ตอนนั้น อาจจะมีทางรอด..
    แล้วคุณเพื่อนของไรอัน เพิ่งมีลูก...อายุได้แค่ 6 เดือน
    แต่เค้าไม่ได้แต่งงานนะ...ที่นี่ช่างปกติ ถ้า 18 จะท้อง
    19 จะแต่งงาน
    (ที่นี่หาแฟนโคตรง่าย...ของจริง..เหมือนว่า ทุกคนต้องมีคู่..จะนอยยังไงก็ต้องมีคู่)
    ฟังแล้วเศร้า..ไรอันก็บอกว่า
    ต้องอยู่กับครอบครัวเพื่อนทั้งคืน ต้องบอกลูกของเพื่อนว่า ทุกอย่างจะไม่เป็นไร
    นอยแทน...
    ถ้าเพื่อนเราซักคนจะอยู่ดีๆก็ตาย กูทำไงวะเนี่ย
    เรายังโชคดีนะ ยังไม่มีเพื่อนหายจากเราไปไหน..
    ทุกคนยังคงสร้างสีสันให้ชีวิตเราอยู่เสมอ
    -----------------
    เมื่อคืนดู ไททานิค
    ยิ่งแก่ยิ่งดูแล้วยิ่งซึ้ง
    โคตรซึ้ง ที่ คนสองคนแม้จะต่างกันยังไง แต่ถ้าได้มีกิจกรรมอะไรรวมกัน และเกิดความประทับใจ
    ยังไง..เหตุผล อะไรก็ห้ามไม่อยู่
    คนมันคลิ๊ก..ทำไงมันก็คลิ๊ก
    เราชอบตรงที่ว่า ชีวิตของ แจ๊ค และ โรส เหมือนเติมเต็มให้กัน
    อีผู้ชายก็กล้าเสี่ยง กล้าลอง ส่วนผู้หญิงก็อ่อนโยน
    เราว่า..มันดีตรงที่ ฝ่ายชายเป็นฝ่ายพาฝ่ายหญิงไปสู่โลกกว้าง
    เราอยากเจอผู้ชายที่จะเดินไปพร้อมกับเรา และ สามารถเปิดโลกของเราให้กว้างขึ้น
    เล่าเรื่องที่เราไม่เคยรู้ พาเราไปในที่ที่เราไม่เคยไป
    อีกอย่างที่เราซึ่งในหนังคือ
    โรส ไม่เคยมีภาพถ่ายแจ็ค..แต่ โรสก็ยังจำหน้าแจ็คได้ จำเรื่องแจ็คได้
     
    มันดีนะ ที่ชีวิตคนเราจะได้จำเรื่องราวดีๆ
    เรื่องราวที่ถือเป็นที่สุดของชีวิต
     
    ---------------
    เมื่อคืน อ๊อบทะเลาะกับวี
    เราก็นอนอยู่ในห้อง(ห้องนอนที่ไม่มีประตู และติดกับห้องครัว...โอ้..รสชาติของชีวิต)
    เราเกิดอาการเศร้าวะ จะร้องไห้
    เหมือน ฟังตอนพ่อแม่ ทะเลาะกัน
    เราก็เริ่มคิดเรื่อง มีแฟน
    ถ้าเรามีแฟน เราก็ต้องทะเลาะกับแฟน...ซักวันเค้าก็ต้องเกิดอาการเบื่อเรา
    แล้วเราจะทำยังไงให้เค้า ไม่เบื่อเรา ทำยังไงให้เค้าต้องการเรา
    เราไม่อยากรักเค้าข้างเดียว หรือ แคร์เค้าข้างเดียว เราอยากให้เค้าแคร์เราด้วย
    แล้ว ถ้าเราเกิดเครียดจนวางตัว มึนๆแบบพ่อ
    แล้ว ถ้าเราเกิด เครียดจนระเบิด แบบ แม่
    เฮ้ย..ซึ่งเราเป็นแน่ๆ
    เราเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไม บางที เวลาที่เราอยู่กับคนที่เราแคร์แล้วเราไม่รู้จะพูดอะไร
    เริ่ม เกร็งๆ สมองตาย..เราได้มาจากใคร..พูดอะไรก็ผิด ทำอะไรก็ผิด..เราได้มาจากใคร
     
    แล้วบางทีที่เรา โมโหรุนแรง..หรือ โกดง่ายเหลือเกินเวลาคนที่เราแคร์ทำอะไรที่ทำร้ายจิตใจเรา
    โดยที่เค้ารู้ หรือไม่รู้ก็ตาม ทำไมบางทีเราเครียดแล้ว เกิดอาการ...ไม่รู้จะบอกไง
    โกด อะ
    เราได้มาจากใคร
     
    บางทีเราก็กลัวเวลาเราชอบใครจริงๆ
    เราก็สงสารคนที่เคยมารักเรา ที่เค้าก็ต้องทนเรา
    และเราก็สงสารคนที่เราไปรัก
    เราว่าเราเป็นคนก็..ทุ่มเทนะ..แต่คงทุ่มเทไม่ตรงใจอีกฝ่าย เค้าก็เลยไม่รักเรา
    แล้วก็..เราชอบคาดหวัง บางทีที่อะไรไม่เป็นไปอย่างที่เราคิดว่า มันควรจะเป็น
    เราก็..เจ็บ แล้วก็พยายามหาทางออก บางทีก็โง่..บางทีก็ประชด
     
    เหอๆ
     
    ----ถ้าเป็นคนที่นี่ เป็นแบบเราก็..เล่นยา สูบโคเคน ดูดกัญชา..กินเหล้า มีเซ็ก...มีลูก----
    แต่พอดีเป็นเรา..เราก็
     
    เขียน ได ... เอิ๊กๆ
    May 20

    เราคิดว่า

    ถึงจะพูดคนละภาษา หรือ มีชีวิตที่ต่างกัน
    แต่ถ้าใจมันตรงกัน
    มันก๋จะพยายามให้ทุกๆอย่างที่แตกต่าง ไม่แตกต่าง
    และหลังจากที่ ทั้งสองใจ เข้าใจกันแล้ว
    ที่เหลือก็คือ จะสามารถรักษาความเข้าใจนี้ได้นานเท่าไร
    สามเดือน สามปี...หรือตลอดชีวิต
     
    เราอิจฉานิดๆกับคนที่เจอ คนที่พร้อมที่จะเข้าใจ
    คนที่พร้อมจะพยายาม คนที่พร้อมทุ่มเท
    เพื่อให้ความสุข เพื่อให้อีกฝ่ายมีรอยยิ้ม
     
    เราเคยเจอคนที่พยายามเพื่อเรา คนที่เอารอยยิ้มมาให้
    คนที่จับมือ คนที่ให้ความอุ่นใจ
    แล้ว สุดท้าย เค้าก็จากไป
    และถึงแม้ตอนนี้เค้าไม่มีใคร แต่มันก็ไม่ใช่เราอยู่ดี ที่เค้าจะเลือกกลับมา
     
    เราเคยเจอคนที่เราพยายามทำให้เค้ามีความสุข
    ทำอะไรก็ได้ แค่เค้าบอกมา จะยังไงก็ได้
    แค่ขอให้บอกมา
    แต่เราก็ทำให้เค้ามีความสุขไม่ได้
    และเราก็เข้าใจว่าความพยายามของเรา ให้นานกว่านั้นก็สูญเปล่า
     
    บางครั้งเราก็รู้สึกว่า เรายังไม่พร้อมที่จะมีใคร
    เพราะเรายังไม่รู้ว่า จริงๆเราต้องการอะไร เราชอบอะไร
    เราเป็นตัวของตัวเองรึเปล่า
    แล้วถ้ามีอีกคนต้องการให้เราเติมเต็มชีวิตเค้าแต่เรายังไม่รู้ว่าแท้จริงตัวเราเป็นคนยังไง
    แล้วเราจะไปเติมเต็มชีวิตเค้าได้ยังไง
    แล้วถ้าเราขาด...เค้าพร้อมที่จะเติมเรามั้ย
     
    เราอยากเรียนรู้
     
    เราอยากเจอ
     
    เราอยากรู้จักตัวเองว่า เราเปลี่ยนแปลงไปหรือยังจากวันก่อน
     
    ว่าเราจะเป็นยังไง...กับ ความรัก
     
     
     
    May 19

    เขียนมาก...ไม่(ค่อย)ได้

    แค่อยากบอกว่า....
     
    บัตรโทสับ 50 เหรียญ...ได้คืนมา....ประมาณ....15เหรียญ(ไม่ถึงด้วยมั้ง)......เราใช้ไปจริงๆ...ไม่มีทางเกิน 7 เหรียญ สรุป 22
     
    พ่อเมิง...หายไปไหน 28 เหรียญวะคะนั้น
     
    ค่าอาหาร...5 เหรียญ......ได้คืนมา......0
     
    viele Leute viele Geschiten...Manchmal gibt es mich Kopfschmerz.
     
    if this is what the real world is all about,i think i will try to keep up with it.
     
    now i know y most friendship can b ended bcoz of money.
     
    May 16

    โอ้ย...ลานบิน

    ทามมาย ผู้ชายชอบตัดผมทรง เด็ก มัธยม
    สั้นๆ และ ลานบิน
    เห็นแล้วมันตลก
    เหมือนเด็กง่ะ
     
    ไมค์ก็ตัด แอนดรูวก็ตัด
    ไรอันก็ตัด
     
    ชายไทยก็ยังตัด
     
    ทำไมผู้ชายหน้าตาดีๆ ชอบทำให้ตัวเองดูเนิด...ไม่เข้าใจ
     
    ไม่เนิดก็ผมยาว....ไว้เพื่อ...
    ยาวแบบ...ย้าวยาว...
     
    แต่เอาเป็นว่า กะบาลชาวบ้าน
    เราคงไม่เกี่ยว
    แค่เขียนเพราะความคิดส่วนตัว
     
    ว่าถ้าๆคุณผู้ชายทั้งหลายอยากจะตัดผม
     
    ขอร้อง
     
    อย่าทำทรงเด็ก ร.ด.
     
    แม้ว่ามันจะเย็นสบาย...กับทรง ลานบินที่ตัดมา
     
    แต่....เฮ้อ...
     
    ยาวกว่านั้นเถอะ...มันดูน่ารักกว่าหลายเท่า
    May 15

    ตั๊บ...เออ..

    เออ..ตั๊บนี่ชอบทำตัวเปลี่ยวเนอะ
    ตั๊บก็ไม่ได้เศร้าในชีวิตขนาดนั้น
    แค่บางที บางอารมณ์
    วันๆตั๊บก็หัวเราะ แจ่มใส
    ติ๊งต๊องไปอย่างคนทั่วไป
    แต่พอเขียนสเปซนี่เหมือนเปลี่ยว..
    ก็...บางอารมณ์เท่านั้นแหละนะก๊าบ
    วันนี้ไปเที่ยว ocean cityซึ่ง
    เป็นทะเล เมืองท่องเที่ยวไรแบบเนี่ยอะนะ
    เออ..ก็นั่งรถ ก็มีผู้ชายมอง มองแบบ..จะเอาเป็นเอาตาย
    เราก็กลัวดิ
    พอลงรถ เค้าก็เดินมาบอกว่า "you are so beautiful very beautiful"
    เออะ...คือ เค้าเป็นผู้ชาย..คนขาว...อ้วน...แก่...
    (ทำไม ไม่มีหนุ่มๆไรแบบเนี่ยบ้างอะ)
    เสร็จก็ขึ้นรถบัส...คราวนี้เจอ คนขับรถ..
    ขับไปก็มองเราไปเว้ย
    มองแบบ...เฮ้ย..เอาเป็นว่าเรารู้ว่าเค้ามองอะ
    (แต่คนขับรถบัสน่ารัก...อ๊อบยังบอกว่าน่ารัก
    ส่วนเราว่าเค้าน่ารัก เพราะเค้าหน้าคล้ายๆอาจารย์ฝรั่งที่เราชอบ)
    เราก็เขินอีกแหละ เค้าก็ขำ..
    โอ้ย..คราวหน้า และต่อจากนี้ ถ้าได้นั่งรถบัสของให้คนนี้เป็นคนขับเถอะนะ..เอิ๊กๆ
     
    ที่เขียนมาเหมือนเราจะดูดีนะ
    แต่ก็นะ..หน้าตาอย่างเรา ประหลาดๆ
    มาที่นี่ก็เลย...นะ...แปลกตาเค้าล่ะ
     
    อ๋อยังไม่รวมไอ้เด็กลูกค้าที่ร้าน เป็นเด็กม.ปลาย
    โว้ว...
     
    แต่ละคนที่มาเนี่ย...ไร้อนาคตจริงๆ
    ไหนจะ ลุงแก่ๆบนรถ คนขับรถบัส เด็กม.ปลาย
    สุดๆ
     
    เฮ้อ..แต่เราก็ยังไม่มีใครจริงจังเสียที
    ดวงมันจะยังไม่มีก็ไม่มีอะ
    แต่เราเป็นคนเข้าใจยาก...ไม่พร้อมจะมีตอนนี้อะ
    เพราะตอนนี้ไม่ได้รู้สึกว่า ถูกใจใคร..
    เอาแบบถูกใจแล้วเค้าเป็นของเราเนี่ย..เรายังหาไม่เจอ เหอๆ
     
    พี่ผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันบอกว่า
    ถ้าไม่มีสามีตอนอยู่เมือง
    ถ้าบินมานี่ก็ได้แน่ๆ
     
    พี่เค้าได้จริงๆ...ฮอตมาก
    แต่เค้ามีแฟนที่เมืองไทยนะ
    ส่วนอ๊อบก็ฮอตนะ...
     
    มีเรานี่แหละ.....เอิ๊กๆ
    ไร้อนาคต
     
    แต่จะกลับแหละ
    ไม่มีพันธะอะ ดีแล้ว
     
    May 12

    กลัว

    เค้าว่าตื่นเช้ามา ก็คือวันใหม่ เจออะไรใหม่ๆ
    ลืมเรื่องร้ายๆ เศร้าๆ ในวันเก่า แล้วลืมตาตื่นมาพบวันใหม่
     
    เราเข้าใจว่ามันเป็นยังไง เพราะเราอยู่ต่างแดน
     
    ทุกๆเช้าที่เราลืมตาตื่นตา เรารู้ว่า นี่คือวันใหม่
    เช้าแล้วนะ และ อนาคตต่อจากที่เราลงจากเตียง เราก็ไม่รู้ว่าจะได้เจออะไร
    เรารู้ว่าเราไปทำงาน เราต้องทำโน่นทำนี่ ที่ซ้ำๆ
    แต่เราก็ยังรู้สึกว่า...มันน่าตื่นเต้น
     
    เรากลัวว่าเรากลับไปเมืองไทยแล้ว..เราจะเป็นเหมือนเดิม
    เรากลัวเราห้ามใจไม่ไหว เรากลัวว่าเราจะเหงาและเรายอมที่จะทำให้ตัวเองเหงา
    เราไม่ได้กลัวในการใช้ชีวิตอยู่คนเดียว แต่เรากลัวการใช้ชีวิตที่มีคนมากมายรอบตัวเรา
    แต่เรากลับอยู่คนเดียว
    เข้าใจอารมณ์ที่ว่า...ทุกคนมีความสุข เรายืนอยู่ตรงนั้น เหมือนมีส่วนร่วม แต่จริงๆแล้ว
    เราโดนกันออกมาทีละนิด ทีละนิด
    เราไม่ชอบอารมณ์แบบนี้
    และจะมองข้ามไป...ก็มองข้ามไปได้ไม่หมด
    และเราก้รู้ตัวว่า...เราเหงา
    อยู่ที่นี่..ทุกคนในบ้าน ห่างบ้านห่างครอบครัว ห่างแฟนจากเมืองไทย
    ดังนั้นทุกๆคนก็เลยมีเวลาให้กับเพื่อน
    เราก็เลยมีเพื่อนให้คุยให้เล่น
    เรามีความสุข
     
    แต่พอกลับไปเมืองไทย...
    เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง
    แต่เรารู้ว่า จากตอนปีสอง ที่ผ่านมา
    เราเหงาจริงๆนะ
    แต่เรื่องหนึงที่เรารู้คือ
    ต่อไปจากนี้ คงไม่มีใครคนหนึ่งโทรมา
    เราก็ต้องทำใจว่าอย่ารอ
    อย่ารอ
     
     
     
    อย่ารอ
      
    May 07

    คำถาม

    ว่ามั้ยว่าสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้คือคำถาม
    ทุกๆวัน เราจะตั้งคำถามกับตัวเองว่า
    "กี่โมงแล้ว"
    "กินอะไรดี"
    "อาบน้ำก่อนหรือแค่แปรงฟันดีนะ"
    คำถามทุกคำถามจะได้คำตอบในเวลาที่เหมาะสม
    "8โมงแล้ว"..เมื่อเราเอานาฬิกาขึ้นมาดู
    "กินขนมปังดีกว่า"...เมื่อเราเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วสำรวจว่ามีอะไรให้กินบ้าง
    "แค่แปรงฟันล่ะกัน" เมื่อ...ความขี้เกียจมันรุมเร้า
     
    แต่เรามีคำถามที่ค้างคาใจมานาน
     
    "เมื่อไรเราจะพบรัก"
     
    คำตอบ....ยังคงนิ่ง
    มันคงยังไม่ถึงเวลาที่จะรู้
    และถึงถามไปก็ไม่มีใครตอบเราได้
     
    แต่คำถามก็ยังวนเวียนในหัวเราตลอดเวลา
    และมันจะหายไปได้เมื่อเราพบคำตอบ
     
    ......
     
    ปรี๊ด..ตูเขียนไรเนี่ย ไร้สาระได้โล่
     
    พอดีมันเบื่อๆน่ะ อยากจะเขียนสิ่งที่อยากเขียนก็ไม่ได้
    อยากจะเขียนว่าตอนนี้รู้สึกยังไงก็ไม่ได้
    เพราะว่า...มันเสี่ยง
    เราเป็นพวกที่ว่า
    ถ้าบอกว่าไม่ชอบอะไรแล้ว...มันก็คือจะมี ด้านลบในสมองตลอด
    แล้วเราก็จะหงุดหงิด
     
    เอาเป็นว่า...เราเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวพอสมควร
    เราชอบอยู่คนเดียวบางเวลา
    เพราะเราไม่คุ้นเคยกับการมีคนอยู่ด้วยเยอะๆ
     
    และเราเป็นเด็กปัญหา
    แต่แล้วใครล่ะ ไม่มีปัญหา
    ชีวิตใครไม่มีปัญหา...หึ
    เราไม่เคยอยากได้คนเข้าใจ
    แค่อย่าบงการหรือสอนชีวิตเราเป็นพอ
    อย่าแนะนำเรื่องที่เราไม่ได้ถาม
    อย่าสั่งสอนในเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในตำรา
     
    เราโตมาได้
    และเราก็เรียนรู้ด้วยตัวเองได้
    และถ้าเราล้ม เราก็จะลุกด้วยเราเอง
     
    อย่ายุ่งมาก...เบื่อ
     
    May 03

    รอ(หนึ่งคนที่ฉันฝัน)

    แม่บอกว่า
    ถ้าฝันถึงใคร แสดงว่าเค้าก็คิดถึงเราเหมือนกัน
    จริงรึเปล่า
    คิดว่ายังไง
     
    เวลาที่พ่อเราโทรมาหาเรา แล้วทำเสียงตื่นเต้น ก็จะบอกเราว่าฝันถึงแม่
    วันไหนแม่ถามถึงพ่อ แล้วอยากรู้มากๆ ว่าพ่อเป็นไง (ไม่ได้ห่วงอะนะ มั่นใจ แค่อยากรู้ว่า ลาโลกหรือยังประมาณนั้น)
    ก็เพราะ แม่ฝันถึงพ่อ
    เวลาพ่อแม่ฝันถึงกัน ชอบถามเรื่องของอีกฝ่ายผ่านเรา
    ไม่แปลก
    เพราะ แม่เราก็ไม่อยากคุยกับพ่อ
    พ่อก็ไม่มีอะไรจะคุยแม่
    เราไม่ว่าหรอก
    เราเข้าใจ
    คนหย้ากันก็เป็นแบบนี้
     
    แล้วอย่างของเราล่ะ
    เราฝันแล้ว เค้าคิดถึงเราบ้างรึเปล่า
    แต่ถึงคิด หรือไม่คิด แล้วไงล่ะ
    เราก็คงไม่มีวันรู้
     
    รอ(หนึ่งคนที่ฉันฝัน)
    เลือกที่จะคิด เลือกที่จะรักใคร
    เลือกที่จะมีใจ ได้ตามใจต้องการ
    เลือกที่จะมอง หรือว่าเลือกที่จะผูกพัน
    และฉันเลือกอะไรได้ตั้งมากมาย

    แต่ฉันรู้ สิ่งหนึ่งที่หายไป
    ฉันเลือกจะรอใครที่เขาไม่คิดจะผูกพัน

    รอ ฉันรอหนึ่งคนที่ฉันฝัน
    รอทั้งที่ไหวหวั่น แม้ว่าเขาไม่กลับมา
    รอฉันเลือกจะรอแม้ต้องมีน้ำตา
    ทั้งที่รู้ว่าเลือกที่จะรอต้องเจ็บอยู่แล้ว

    ไม่อยากจะคิดถึง ไม่ต้องการห่วงหา
    ไม่อยากเสียเวลา เฝ้าคิดให้มันต้องช้ำใจ
    ไม่อยากจะจดจำ แต่ฉันก็ทำไม่ไหว
    เมื่อใจทั้งหมดใจเฝ้ารอแค่เธอ


    แต่ฉันรู้ สิ่งหนึ่งที่หายไป
    ฉันเลือกจะรอใครที่เขาไม่คิดจะผูกพัน

    รอ ฉันรอหนึ่งคนที่ฉันฝัน
    รอทั้งที่ไหวหวั่น แม้ว่าเขาไม่กลับมา
    รอฉันเลือกจะรอแม้ต้องมีน้ำตา
    ทั้งที่รู้ว่าเลือกที่จะรอต้องเจ็บอยู่แล้ว

    รอ ฉันรอหนึ่งคนที่ฉันฝัน
    รอทั้งที่ไหวหวั่น แม้ว่าเขาไม่กลับมา
    รอฉันเลือกจะรอแม้ต้องมีน้ำตา
    ทั้งที่รู้ว่าเลือกที่จะรอต้องเจ็บอยู่แล้ว


    รอ ฉันรอหนึ่งคนที่ฉันฝัน
    รอทั้งที่ไหวหวั่น แม้ว่าเขาไม่กลับมา
    รอฉันเลือกจะรอแม้ต้องมีน้ำตา
    ฉันจะรอแค่เธอ
     
    เพลงนี้เพราะจังเลย
    ถ้าฟังได้ อยากให้ได้ฟังนะ
      

    เหนื่อย

    วันนี้กว่าจะออกจากร้านก็สี่ทุ่ม
    วันนี้มี อาร์ท ไนท์ (ซึ่งไม่มีอะไรเลย)
    แต่เราต้องทำงานไง ก็มีคนเข้ามา เพราะดูงานรอบๆร้าน แล้วก็เลยมากินข้าวที่ร้าน
    เราได้ขยับขยายหน้าที่ตัวเอง
    ตอนแรกก็เด็กล้างจาน เตรียมอาหารหลังร้าน
    ตอนนี้ เป็นเด็กเสริฟ (ซึ่งไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร)
    และ ก็เป็นคนทำอาหาร
     
    ไรอันแม่งโคตรเหี้ยอะ
    ชอบหายหัวไป ไม่ทำงาน
    หายไปร้านเค้ก หายไปเดินเล่น บ้าบอของมันอะ
    คือแค่...บางทีที่ร้านไม่มีอะไร แวบไปก็ไม่ว่า
    นี่ คืนนี้คนเยอะ และไอ้อ้วนก็หายหัวไป กลับมา ได้กลิ่นเหล้าอีก
    โอ้ย...ไรอัน
    แล้วก็มีลูกค้าสั่งอาหาร...ตั๊บก็ต้องทำซิคราวนี้
    ทำ เบอร์เกอร์...แบบ ที่ไม่เคยทำมาก่อน
    ทำแซนวิช...นี่ง่ายๆ พอทำได้
    และก็มี ไก่ชีสสเต็ก...บีเอลที
    ที่จริงมันก็ไม่ยาก แต่แค่ไม่มีความมั่นใจที่จะทำ
    ต่อมา ก็ทำไอติม
    อยากบอกว่า แค่ตักให้เป็นให้เป็นสกู๊ปกลมๆ ยังโคตรยากอะ
    กว่าจะเอามันลงมาในโคน ในถ้วย...บิดาเธอซิ...ยากนะเว้ย...
    เราอยากทำให้ดีๆ ไม่อยากให้ลูกค้าทำหน้านอยใส่ เข้าใจใช่ปะ เราทำงานบริการอะ
    โอ้ย วันนี้ล่ะ ตื่นเต้นจริงๆ
     
    ที่จริงก็ไม่ได้โมโหไรอันหรอกนะ ที่มันชอบหายตัว
    อีกอย่าง ทุกคนในร้านก็ด่ามันจนจะตายอยู่แล้ว
    ก็เลย เหมือนมีคนเอาความไม่พอใจของเรา (ที่มีน้อยที่สุดในร้าน)ระบายแทนเราไปหมดแล้ว
    โดยการด่าไรอันกันอย่างเมามันส์
    เราเลยเฉยๆ
    แต่ ไรอันมันก็กวนตีนอะ
    เราแบบก็เหนื่อยอะ ร้อนก็ร้อน (ช่วงนี้ที่นี่ร้อน)
    อยู่หน้าเตา แล้ว มาล้างจาน เครื่องก็ร้อน ห้องครัวก็ร้อน...เฮ้อ..
    ก็เลย เงียบๆ เฉยๆ
    ไรอันก็แบบ เดินไปเดินมาอะ เหมือนจะทำแต่ นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า ไรอันโคตรไม่มีประโยชน์อะ
    แล้วมันก็เดินมาบอกว่า
    เออ ขอโทษนะ ที่ไมได้ช่วย โอเค นะ โกดรึเปล่า
    เราก็แบบ..กูไม่ได้โกดแต่กูเหนื่อย
    คือปกติ เรามักจะ โอนอ่อน ผ่อนตามผู้ชายที่เราชอบ
    คือถ้ามันไม่ลำบากอะไร เราก็ชิวๆ อะ
    แต่เออ..พอมันเหนื่อยแล้ว ก็รู้ว่า ให้ทำตัวดียังไงก็ไม่ได้มันมา (ตรงม่ะ)
    เราก็เลย...เฉยๆ
    ตอนแรกตอนที่มันบอกว่า ขอโทษนะ ไม่ได้ช่วยเลย ไม่โกดนะ ไรแบบเนี่ย
    เราก็รู้ว่า เราจะหันไปบอกว่า
    เออไม่โกดหรอก ..เล่นมุข สามีห้าดอล ไรแบบเนี่ยก็ได้ เราทำได้นะ
    แต่แบบ...วันนี้ คุณเมียมันก็มานะ เจ็คกี้อะ
    ก็เออ..ยังไงมันก็มีคู่แหละ เราก็อย่าไปยอม อย่าไปชิวกับมันมากเลย
    (บางทีรำคาญที่่แบบ...มันเป็นเจ้านายเรา มันสั่งอะไรเราก็ต้องทำ แต่...บอกไม่ถูกอะ
    คือ มันรู้ว่าเราชอบมัน...เราไม่ได้บอก แต่ก็ดูออก..เพราะทั้งร้านก็ บอกว่า มันชอบเรา
    และเราก็เหมือนชอบมัน..คือไม่มีใครยอมรับอะ แต่ที่ร้านสรุปให้เป็นเสียงเดียวว่า
    ถ้ามันไม่มีแฟน มันกับเราก็กิ๊กกันแน่นอน มันก็เลยจะออกแนว งอแงบ้าง อ้อนบ้าง..ไม่มาก แต่ก็ไม่เห็นมันทำให้ใครนะ
    เอาเป็นว่า เหมือนมันถือไพ่เหนือกว่า และเราก็เป็นคนชอบยอม...ก็เลยนะ เดียวจะหาว่าเราชอบมันมาก ที่จริง
    เรามีคนที่เราชอบมากกว่ามันอีก และมีคนที่เรายอมมากกว่ามันอีก..แต่มันก็คงไม่รู้)
    ช่างเหอ เอาเป็นว่าแอบหัวเสียเรื่องไรอัน อู้งานนี่แหละ
    แล้วตอนกลับ มันบอกว่า ให้เราเติมน้ำแข็งก่อนกลับด้วย
    เราก็เติม แล้วมันก็หายไป ไปเอารถ พามันกับเพื่อไปเล่นบาส
    แทบจะกราบที่มันยังไม่ลืมปิดร้าน
    มันก็เหมือน ไม่รู้วะ ก็คงรู้แหละว่าเราไม่ชอบ
    พรุ่งนี้จะคิดเหมือนกัน ว่าจะเล่นมาดนิ่งๆใส่มัน
    คือมันคงไม่แคร์ แต่แบบก็แค่
    อยากให้มันรู้ว่า ขนาดเราชอบมัน เรายังเซ็งที่มันชอบแวบเนี่ย
    เพราะ เชื่อเราเหอ เราโคตรยอมมันอะ ..ทุกเรื่อง
    เรื่องงาน เรื่องนอกเวลางาน โคตรแคร์มันอะ
    ถึงมันจะทำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็มากที่สุดที่เราทำให้ได้ แล้วไม่น่าเกลียดอะ
     
    ...โว้ว...
    หาสุภาพบุรุษนี่ยากจริงๆ
     
    May 02

    เรื่องเล่า ตอนนี้

    ประมาณเดือนกว่าๆแหละ ทีมาอยู่เมกา
    เราไม่ค่อยคิดถึงเมืองไทยเท่าที่ควรเลย
    ที่ที่เราคิดถึง ก็คงจะมีแค่ บ้าน ของเราเท่านั้น
    เพื่อนก็..เรารู้ว่าเพื่อนมีชีวิตของเพื่อน
    เมื่อเรากลับไปเมืองไทย เราก็ไม่ค่อยได้อยู่กับเพื่อนอยู่ดี
    ถ้าอยู่หอ...ก็นั้นแหละ อยู่กับเพื่อน
    แต่เพื่อนมันก็พอเริ่มโตๆก็เริ่มแยกย้ายกันไป
    บางคนเรียน บางคนก็อยู่กับแฟน
    บางคนก็อยู่ไกลกัน ไม่ค่อยได้เจอ
    บางครั้งมันก็เหงา...แต่ทำไงได้...ก็อยู่คนเดียว
    มาอยู่ที่นี่ บ้านที่อยู่มีคนไทยตั้ง แปด คน
    นอนด้วยกัน ไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกัน
    อาจจะไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษ แต่อย่างน้อยก็ไม่เหงา
    ถ้าเรามาอยู่ที่นี่แบบเราคนเดียว..เราก็คงเบื่อ และเหงาไม่น้อย
    เอาเป็นว่า ชีวิตในเมกา เราชอบ เพราะเราไม่เหงา
     
    การมาเมืองนอกสำหรับเราเหมือนกับการเปลี่ยนที่นอน
    ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นสำหรับเรา
    เพราะ ของที่มีที่นี่ ที่เมืองไทยก็มี
    ไมค์(เจ้านาย)ถามเราว่า มีอะไรที่นี่มั้ยที่เมืองไทยไม่มี พวกอาหาร สิ่งของ
    เราก็แบบ..คิดอยู่นาน..แต่เราก็ว่ามันไม่มีอะไรนะ
    เมืองไทยเอาของเมืองนอกมาหลายอย่าง ก็เลยนะ..รู้ๆกันว่าคนไทย ชอบทำตัวหัวนอกแค่ไหน
    อ๋อแล้วบางอย่างก็ ...made in thailand... อืม...ดีจริงๆ
     
    แต่อยู่ที่นี่ จะให้สมบุรณ์แบบก็คือ
    เราอยากมีรถ อยากมีบ้าน มีเงิน เป้นของตัวเอง
    อยากเรียน อยากทำชีวิตให้เหมือนอยู่เมืองไทยอะ
    มีแม่ มีหมา
    ไม่ใช่มาอยู่บ้านคนอื่น ไม่ใช่อยากไปไหนก็ต้องรอให้ใครมารับ ให้ใครไปส่ง
    ก็แค่เนี่ย ที่ไม่ชอบอยู่เมกา นอกนั้นก็ดีใช่ได้
     
    เรามาที่นี่..เรารู้สึกว่า
    ทุกเช้าที่เราลืมตาตื่นมา ทุกวันคือวันใหม่
    อาจเพราะว่า เราอยู่เมืองไทยมาตลอดทั้งชีวิต พอมาเมืองนอก อะไรก็แปลกหูแปลกตา
    ถ้าเราอยู่ที่นี่อีก ยี่สิบปี เราอาจจะรู้สึกเหมือนเมืองไทยก็ได้
    แต่ตอนนี้ เรารู้สึกว่า ทุกเช้าคือวันใหม่จริงๆ
    ถ้าเรามีคนรอเราอยู่ที่นี่ด้วยก็ดีซิ เอิ๊กๆ
    เราคงทิ้งเมืองไทยได้ง่ายๆเลย เพราะ คนที่รอเราเมืองไทยก็มีแค่ แม่ เราแค่นั้นเอง
    และถ้าบอกให้แม่ย้ายมาที่นี่ แม่ก็โอเคอยู่แล้ว ฮ่าๆ
    คิดไปไกลซะงั้น
     
    เมื่อวาน อ๊อบ ไป food lionขับจักรยานไป
    เจอคนดำปาไข่ใส่หลังซะงั้น แบบ คนดำอยู่บนรถ และก็ขับหนีไป หัวเราะอย่างสะใจ
    โอ้โฮ กูฟังแล้วกูเซ็งเลยครับท่าน ก็คิดอยู่
    ถ้าเป็นเรา เราทำไงล่ะนั้น
    มาที่นี่ ชีวิตเค้าก็ดูดีนะ แต่มันเถื่อนอะ
    อย่างทีทำงานของพี่ ที่ อาบี เงี่ย
    โอ้โฮ มีแต่คนคุก เลิกงานก็กลับคุก
    คนคุกที่นี่ออกมาทำงานได้ด้ิวยนะ เออ...สุดๆ บนบัส
    ถ้าทางไหนไป สโนว์ ฮิล (บ้านไรอัน)
    ก็....คุก แน่ๆ (แต่ไรอัน โนอยู่คุกนะ เหอๆ)
    แล้ว กัญชา โคเคน ที่นี่หาง้ายง่าย (อ๋อ..เราไม่ได้ใช้ซักอย่างอะนะ...ไม่มีวันใช้ แต่เห็นทุกอย่างแล้ว..เหอๆ)
    โอ้...มาที่นี่ เปิดโลกกว้างอีกขั้น
    แล้วไมค์ก็ถามนะว่า เออ เวลาเราไปเมืองนอก เราเคยมีเรื่องบ้างมั้ย
    เราก็แบบ..เออ..ไม่มีวะ ... ก็มีมากสุดที่แคนาดา แต่อยู่กันหลายคน แล้วเดกฝรั่งมันด่า
    แต่พอเด็กแรดๆพวกนั้นเห็นผู้ชายไทยก็ชอบซะงั้น ก็เลย เรื่อง จบ...งี่เง่าดีป่ะล่ะ
    แล้วเวลาเราไปเมืองนอก คนชอบคิดว่าเราเป็นผู้ชาย....เรามีผู้หญิงมาจีบมาขอเบอร์ด้วยนะเฟร้ย..ฮ่าๆ
    คิดแล้วตลก ที่แคนาดา ที่เดินมาถามเลย แล้วก็ บนรถตอนนั่งไปเรียน
    คิดแล้วขำ