Tubby's profilehttp://leesungjinnrg.blo...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 28

    รัก WWE จริงๆ

    ยังคงยืนยันว่า ไม่ได้ชอบดูคนมาต่อสู้กัน ให้เลือดตกยางออกแต่อย่างใด แต่ตัวเอง เป็นผู้ชมของ ค่ายมวยปล้ำที่หย้ายใหญ่ อย่าง WWE มาจะเหยียบ 10ปี
    ด้วยเหตุผลเดียวคือ "รัก Shane McMahon"เป็นสุด
     
    แต่นอกจากเชนแล้ว...มันก็ยังมีหลายๆอย่างของ World Wrestling Entertainment ที่ทำให้เรา...ต้อง"สนใจ"
    เพราะ ยอมรับเถอะว่า...superstars ค่ายนี้ เค้าหน้าตาดีจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Triple H Carlito Chris Master และอีกมากมาย ล้วนหน้าตาดี ถูกใจ ตั๊บมากๆ
    (บางทีตั๊บคงชอบ ผู้ชายบึ้กๆ ตัวหนาๆ...โว้ว...มันเทห์โดนใจจริงๆ..แต่ไม่ได้ชอบผู้ชาย โหด นะ)
     
    มาเข้าเรื่องดีกว่า
    เมื่อวานตั๊บก็ได้มีโอกาสไปดู WWE Smackdown ECW summerslam tour (ชื่อยาวได้กว่านี้อีกนิดนึง)
    ซึ่งตอนแรก คิดว่า คนจะมาดูไม่เยอะ เพราะ PR มันห่วยแตกมากกกกกกกกกกกกกกก แต่แล้ว...คนก็เยอะ....ใช้ได้อยู่ อิอิ ดีใจมากๆ
    เริ่มแรกเราออกจากบ้านตอน บ่ายสองนิดๆ ไป ที่ impact arena ก็บ่ายสามหน่อยๆ ขับรถไปเอง เพื่อความเทห์(เปล่า ไม่มีใครไปส่ง)
    พอเข้าไปในงาน ก็ไม่ค่อยมีคนเท่าไร เห็น staffs RS มากมาย ยืนเกลื่อนได้กว่านี้อีกหน่อย...ทำให้คิดว่า...staffs จะเยอะกว่าคนดูมั้ยหว้า
    รอ ไอ้นกหวีด (นี่ก็ไม่น่าเชื่อจะชอบมวยปล้ำ ผู้ที่ force ให้ตูซื้อบัตร 5000) พอมาถึงเราก็โทรหาพี่เอ๊ก ซึ่งเป็นนักข่าว Dr.Slam อะนะ
    ถ้าคนชอบมวยปล้ำก็จะรู้ว่าพี่เค้าเขียน colummใน การศึกษาวันนี้
    เราบอกจริงๆนะ หากเราไม่ได้ชอบshane คนไม่จำเราได้เยอะอย่างนี้หรอก
    แล้วเมื่อเจอพี่เค้า(ซึ่งคนที่มากะพี่เค้าด้วย ก็เอาแต่เล่นมุขเจอ เชน เจอ เชน...ซึ่งเชนไม่มา)พี่เค้าให้ลงชื่อเข้า meet and greet (รุ้สึกดี)
    พอได้เข้า มีต ก็รออยู่ในห้องเก็บตัว(ฟังดูดี..แต่เปล่า..เบื่อสุดๆ)เราอยู่กลุ่มสีเขียว และได้เบอร์ 1 เลยนะ
    สักพัก มี staff RS มาแจ้งว่า เวลา เข้าไปเจอนักมวยปล้ำแล้วต้องทำอะไรบ้าง ทำยังไงได้บ้าง ตอนไปตอนนั้นก็ลุ้นว่าอยากได้เจอผู้ชาย
    เพราะมันจะมีอยู่ห้องที่เป็น chavo กะ victory ...ไม่ค่อยซึ้งใจเท่าไร...เหอๆ...แต่ตัวจริงเค้าก็ดีนะ แค่ไม่ได้อยากมีต
    แต่ตอนที่รถเค้ามาจอด เราก็ได้ไปยืนดูเค้านะ..ก่อนเข้าสนาม พวกพี่ๆแกก็นิสัยดีนะ ยิ้มแย้ม พวกที่เห็นชั่วๆในtv ตัวจริงจะดี๊ดี..ปลื้ม
    อ้า..ว่าเรื่อง มีต ต่อ หลังจากนั้น เค้าก็เรียงตามลำดับ แล้วก็พอพวกเราสีเขียว (อีกชุดจะ สีส้ม)ไปข้างล่าง ไป มีต
    นั่งรออยู่ในห้อง..ไม่แตกต่างจากปีที่แล้ว ที่เจอ the mexicools ที่ super crazy ทำหน้าแปลกๆใส่เมื่อรู้ว่าเราชอบ shane
    และที่ staffs WWE backstageเดินมาดูหน้าเรา ว่า อีนี่อะนะ ชอบเชน...555 และก็เหมือนตอนที่ได้เจอ beniot กะ ray
    (ซึ่ง เรย์เป็นคนแจกลายเซ็นช้ามาก เพราะยิ่งเจอเด็กๆ พี่แกต้องเล่น ตบมือ แบบเด็กๆอะ..น่ารักดี..ปีนี่ได้เห็นเรย์ถอดหน้ากากแล้วด้วย)
    ต่อๆ นอกเรื่องสะนาน พอเรามานั่งรอได้สักพัก เค้าก็ส่งคนมาบอกว่าห้องนี้เป็น chavo กะ vic เราแอบเสียใจ...
    แต่คนที่เดินเข้ามากลับเป็น Eilahja Burke (พี่ดำมากๆของ ECW) และ Chris Master (หล่อมากๆ ชอบมากๆ)
    หน้าของทั้งสองเกลอช่างดูกวนteenจริงๆ แต่ ยิ้มแบบนั้นของคริส ช่างเร้าใจมากๆ...
    เราต้องเดินไปขอลายเซ็นคนแรก..เจอพี่burke ทักว่า "what's up baby?" เรานี่ เออ im good
    ขณะที่เค้าเซ็นเราก็ถามว่า มาถึงเมืองไทยเมื่อคืนเหรอ เค้าก็บอก "ใช่ แล้วรู้ว่าผมมาเมื่อไร ทำไมไม่ไปรับ"
    เราก็บอกว่า เอออยากไปเหมือนกาน (และ พี่แกก็เล่น jokeeได้กูฮากว่านี้อีกนิดนึง) เค้าก็บอกว่า
    "งั้นคืนนี้ก็มาที่ hotel ล่ะกันนะ" โอ้โฮ แล้วก็เน้นhotel กะตูจริงๆ...เมิงเล่นมุขได้ หม้อกว่านี้อีกนิดนึง
    พอเรามาถึง master ซึ่งตัวจริงหล่อมากกกกกกกกกกกกกกกกก
    เราก็บอกว่าเค้าไปว่า u're really looking good in person
    เค้าก็บอกว่า จริงดิ(คนนี้มาแถวหลับๆ)เนี้ยผมทำกระเป๋าหาย ก็เลยไม่ได้โกนหนวดไม่ได้หวีผมเลย ไม่เห็นหล่อเลย
    เราบอกว่า really but i still think u r so cute และเรายังบอก sexy ไปด้วย (ด้านได้อีกนิด)
    เค้าก็บอกว่าจริงเหรอ และ พี่Burkeก็หันมาบอกว่า "ไงงั้นล่ะ baby ก็มา hotel คืนนี้สิ..." (โอ้..นักมวยปล้ำค่ายนี้เค้าได้อีกเนอะ)
    แล้วคริสก็บอกว่า เนี้ย ถ้าชมว่าหล่ออีกครั้ง จะให้เสื้อเลยอะ...เราก็บอกว่าu r the masterpiece and so sexy
    55555 เฮ้ย เค้าให้เสื้อจริงๆเว้ย..ขายหน้างาน 700 ตั๊บได้ ฟรี (แต่ใส่ XXL อะนะ ใส่ไม่ได้วะ) พี่แกก็เซ็นลายเซ็นให้ด้วยนะ..กรี๊ดอะ
    คือว่า เค้าหยิบเสื้อดินมือมาตัวนึง เราก็ไม่รู้หรอกว่า เอามาทำไม คิดตอนแรกว่า คงให้ Burkeเปลี่ยน แล้วก็ให้เรามาสะงั้น
    เฮ้ย...งง...แต่นั้นแหละ...ได้เสื้อจากคนหล่อมากๆ..ปลื้มมากๆคะ
    จากนั้นก็เจอ พี่อลัน (คนทีได้แชมป์แฟนพันแท้มวยปล้ำอะนะ)เค้าก็บอกว่า เราอะ มีดวงกะนักมวยปล้ำ
    ครั้งที่เจอเชน เชนก็ชวนไปถ่ายรูป (นั้น พระเจ้าทรงโปรดจริงๆ เพราะว่า ไม่ได้ขอ..และไม่มีทางกล้าขอ) เชนเรียกไปถ่ายเอง
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก SHANE
     
    จากนั้น ตั๊บก็เข้ามาในงาน นั่งแถว B ตรง BR ก็ติดขอบเวทีนั้นแหละ แค่มี แถวหน้าอีกแถวเท่านั้น
    ตรงที่ตั๊บนั่ง ก็เหมือน ปีที่แล้วนะ...มุมเดียวกันเลย กร๊าก
    นั่งตรงข้ามผู้ประกาศนะ (ซึ่งตอนแรกเพื่อนบอกว่า เมิงเอาไปเลยนะ คนนี้ แต่สุดท้าย ก็ปิ๊งพี่เค้าด้วยความน่ารัก เรียกกัน ไอ้อ้วน..Howardเอย)
    คู่แรกเปิดมาเป็น Kane ซึ่งเราชอบมากๆๆๆๆๆๆๆตัวจริงน่ารักมากๆ ออกมาปล้ำกะ Finlay ซึ่งเราก็กรี๊ดกร๊าด Kane
    แค่คู่แรกอะ คิดดู...เสียเราหายไปแล้ว...เรานั่งมองหน้าเคนเวลาปล้ำนะ..เค้าชอบแอบยิ้มอะ..เค้าชอบแอบขำด้วยอะ..น่ารักมากเลยอะ
    แล้วยังมีตอนที่ Hornswanker เอาหมวกไปใส่ให้เคน...น่ารักได้โล่อะ บอกตามตรง
    ตอนที่จบmatch Kaneชนะนะ..คนก็กรี๊ดกร๊าด เฮ..แล้ว เหลือ Finlayอยู่บนเวทีน่ะ คนก็ต้องโฮ่ใช่ป่ะ
    แต่สุดท้ายพวกเราก็ปรบมือให้เค้า...เฮ้ยเราว่ามันน่าประทับใจมากเลยนะ..แต่Finlayเค้าไม่ค่อยทำตัว ดriendlyอะ
    เค้าไม่ด่านะ...มองรอบๆเวที หน้าแบบเฉยๆ...เราว่า เค้าก็คง..อืม..ไม่รู้ดิ..My name is Finlay and i love to fight อิอิ
    แล้วนี่ขอบอกคู่ tag team Major Brothers (ก็เพิ่งรู้จักวันนี้แหละ) กะ Deuce and Domino ซึ่งรู้ว่าคู่นี้ เค้าเป็นchampแต่ตัวโกงนะ
    ตอนแรกก็เออ..เพราะไม่เคยดูทั้งหมดไง..ก็เลย เออเห็นเชียร์ Major ก็เลย เออ นั่งเงียบๆ จน
    Deuce...ปล้ำๆอยู่ บอกว่า ขอเวลาแป๊บ..ขอจัดทรงผมแป๊บนึง..เท่านั้นแหละเพื่อนเอ่ย..ตั๊บประทับใจเลย
    ตะโกน Deuce...555...แล้วความงามในใบหน้าของพี่ท่านก็เผยออกมาเลยทีเดียว..มันฮาจริงๆนะเว้ย
    แล้วก็มีอีกหลายคู่ จนมาถึงChris โอ้ย..กรี๊ดแทบตายขอบอก..แล้วมายืนทำหน้ากวนๆ กระเด้งหน้าอกนะ ..โอ้โฮ..มันหล่อมากๆ
    แต่พี่แกเจอ Ric Fair ซึ่งเราไม่ชอบ...ลุงแกแก่มากแล้วเฮ้อ..เหอๆ Woo..
    แล้วคนก็เลยโห่ Mastersไง...เราก็นั่งหน้าเลยนะ...ตะโกน Masters!!!!
    แล้วนี่ เกิดสุด ตะโกนกะเพื่อน "Masterlock me !" เกิดอะเมิง...โคตรเกิด
    ก็คนมันร๊ากกกกกกกกกกกกกก(ผู้ชายมันหล่อ....555 24 เท่านั้น อายุ...ยังเด็ก อิอิ แต่หมั้นแหละ..เฮ้อ)
    จากนั้นก็...ดูหลายคู่ จนคู่สุดท้าย Great Kahli champโลก กะ Bastista คู่นี้ฮา..
    แบบ...เห็นจะๆว่า...เฮ้อ...เอาเป็นว่า เค้าต้อง trainอีกนานอะ..Kahli อะนะ..แล้วก็ ติสต้าก็เออ..เทห์..justเทห์
    แล้ว Finlay ก็มา รบกวนคู่นี้ (อีhornก็มานะ..น่ารักดี) แล้ว Kane ก็มา (คือ เค้าต้องเอาคนเป็นมวย มาช่วยปล้ำไง)
    แต่เป็นบุญตาสุทธาทิพย์ เพราะ Kane น่ารักมาก
    และเมื่อ มาปล้ำคู่ เพราะ ติสต้า ท้าปล้ำ..ติสต้า เคน เจอ ฟิน กะ เกรน ใช่ม่ะ
    คู่Great ก็มาเอาข้างที่เรานั่งอะ..เราก็แบบ โอ้ย จะเอา Kane เราก็แอบตะโกน switch the corner นิสัยเลวมากอะ..
    แล้วก็มี ตะโกน Kane อันนี้ เกิดของจริง...แล้วพี่คุมสนามของwwe เป็นคนดำ...
    คือตลอดทั้งmatch ที่นั่งอยู่นะ พี่เค้าก็หันมาคุมคน แล้วเค้าก็ยิ้มให้เรา พอ เราตะโกน เคน ตอนท้ายนะ
    เค้าก็แบบว่า ชี้มาทางเราเว้ย..แนวว่า ...เจ๊คนนี้กรี๊ดกร๊าดเคนมาก 55 แล้วก็ยิ้มให้เราเว้ย..เออ ตลกดี
    แล้วพอจบงาน เค้าก็ยิ้มให้เราด้วยนะ จากนั้น แฟนๆก็ออกมาข้างนอก มารอนักมวยปล้ำที่บัส
    นี่คือ เคน ที่ เดินมายั่ว...ยิ้มด้วยนะ..และเดินจากไป...เรียกร้องแค่ไหน เธอก็ไม่สนใจเดินกลับมา
    แต่อยากบอกว่า...เคนน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก...สุดๆ
    </< FONT> 
    นี่คือ Jimmy เปนคนคุมริมสนามที่หันมายิ้มให้เรานี่แหละ เราชวนเค้าคุยด้วยนะ
    แล้วเค้าก็แนะนำตัวว่าเค้าชื่อ Jimmy เค้าfriendlyมากๆเลย แล้วตอนที่รถบัสออก
    เค้าอยู่คันแรก เค้าก็เปิดม่านมาเว้ยแล้วก็ชี้มาที่เรา แล้วก็โบกมือบายๆ
    เราก็โอ้โฮ โบกมือกลับนะ...เออ ประทับใจมากๆ
    แล้วก็กลับบ้านนะคะ..
    safe trip home na ka WWE
     
    July 25

    แฟนพันธุ์แท้ UCE

    หลังจากที่กลับจากการไปโต๋แต๋แถวๆบางลำพู ไปเจอ น้องเมียสมา ก็เพราะ เบื่อจัด...เหอๆ...ก็เลยนั่งรถเมล์ไป แถว สตรีวิทยา สะงั้น (โรงเรียนเก่ากันเลยทีเดียว)
    ทำตัว ชิวได้กว่านี้อีกนิด...เหอๆ พอกลับมาถึงบ้าง ก็ได้รับจดหมายแจ้งข่าวสาร ขึ้นชื่อของเราว่า "ด.ญ.สุทธาทิพย์ ผ่านไกล" ไม่updateเอาเสียเลย...แถวนามกสุลเก่าอีก เฮ้อ..
    ส่งมาในนาม UCE Universal Cutural Exchange เป็น โครงการแลกเปลี่ยนไปต่างประเทศระยะสั้น ที่ตอนเด็กๆเราไปมา โครงการของUCE จะมีไป 4 ประเทศ ด้วยกัน
    คือ Newzealand Australia Canada และ England ...และ ตั๊บก็ได้ไปมาครบแล้ว ทุกประเทศคะ 555
     
    เริ่มประเทศแรกคือ Newzealand เค้าว่า ประเทศนี้มันชิวๆ เหมาะกะเด็กวัยละอ้อน ตอนนั้นตั๊บก็ ม1 อ้าพอติดก็ดีใจมาก (ที่จริงไม่เห็นต้องดีใจเลย เหมือนใครๆมันก็ติดเหอ)
    ได้ไป เมือง Gore ซึ่งอยู่(สุดเวอร์ๆ)ใต้ ตอนที่ไปเนี้ย ทุกๆเมืองของ Newzealandจะมีรูปปั้น ปลา ...เค้าบอกว่า เป็นสัญลักษณ์แห่งการพักผ่อน จำได้ว่าตอนไปก็แอบโหดนิดๆนะ
    เพราะว่า พอลงจากเครื่องที่ Christchurch ก็นั่งรถยาวลงมาที่ Gore นั่งรถประมาณ 10ชม.ได้ แต่ก็ดีที่ได้ทำความรู้จักกะเพื่อนๆพี่ๆในรถ..จริงๆแล้ว ถ้าไม่มี hostmate(เรียกงี้ละกัน เพราะ อยู่hostเดียวกัน) คือไอ้กิ๊ก (ซึ่งตอนนี้ รู้สึกเรียน แพทย์อยู่...สักที55แต่บ้านมันเปนหมอทั้งบ้าน..เหมาะอยู่)เราก็จะเป็นคนที่เด็กที่สุดที่ไป hostเราค่อนข้าง nationism ซึ่งต้นตระกูลเค้าเป็นคน scot ทำให้เค้าไม่ชอบ irish แล้ว พอดี๊พอดี นามสกุลShaneคือ McMahon มันเป็น irishไง ทั้งชื่อเต็มของเชนก็irish hostเรารู้ก็โอ้โฮ นั่งเล่าประวัติScot-Irishให้ฟังสะหูฉีก รู้เรื่องไม่รู้เรื่องบ้าง(ปะกิดเด็กม1 เอาไรมาก)สรุปที่ว่า คนสก๊อตปัจจุบันไม่ยิ่งใหญ่ แต่พวก irishมันฉลาดกว่าที่ย้ายไป north america จึงทำให้ฐานะของirishดีขึ้น (อิจฉาเค้าว่างั้น - -")ส่วนกิจกรรมที่ได้ทำตอนไปอยู่ที่นั้น ที่ชอบมากคือ ได้ไป Queentown เป็น เมืองที่ เด่นเรื่องพวก กีฬา Xtream เช่น Buggy Jump and Jetovershove(มั้ง แนวนั่งเรือเร็วที่มีคนขับแล้วเค้าจะขับกระชากๆ น่ารักกลัวๆ สนุกดี)แล้วก็ Lugde (สักอย่างที่แนวไสรถลงมาจาก เขา ไรแบบเนี่ย สนุกมากๆ) แต่เราไม่ได้โดดbuggyนะ เพราะว่า คนคุมไม่อยู่ เสียดาย..เพราะอยากลอง..และก็ได้ rock climbing หนุ่มnzก็หล่อเอาการอยู่ (แต่ดันปลื้มเด็กไทย ที่เค้าเรียนอยู่ที่นั่น...ตอนนี้เค้าก็อยู่เมืองไทยนะ..แต่เอาเหอ..เหอๆ มันhotมากนะอีตานี่..ตอนอยู่โน่นก็โทรกลับมาหาครั้ง..เป็นรักในวัยเด็กที่รู้สึกดี) รวมๆแล้ว ก็ว่า พอใช้ได้ อีกตอนที่ไป พวกเราเด็กไทยได้มีเรื่องลง นสพ.ท้องถื่นเค้าด้วย..คิดดูสิ..

    เมืองแม้งเล็กอะ

     
    ประเทศที่สอง ปีกกล้าขาแข็งมาอีกนิด ไป อังกฤษ ตอนนั้น ม2 ตอน ตุลา อยู่เมือง Bournemonth ซึ่งห่างจากLondonประมาณ สองชั่งโมง(ก็ไม่บ้านนอกมากนะ)ไปเรียนที่homefield schoolซึ่งโรงเรียนมันน่ะ นอยมากๆ มันคือhome กะ fieldจริงๆ ตึกโล่ง เล็ก ได้เรียนในห้อง อาหารอะ คิดดู (นอยหนัก) แบบเรียนๆไป พักเที่ยง เด็กอนุบาลเริ่มทยอยลงมากินข้าว อาจารย์ก็ต้องเอาฉากมากั้น โว้ว..แต่ที่ประทับใจคือ host เพราะ ฮามากๆ และตอนไป ลูกสาวhostชอบดูมวยปล้ำม๊ากมาก..แล้วwwe ที่โน่นก็ฉายเยอะมากๆ (เอาเป็นว่าทุกวัน) นั่งดูกันตาแฉะเลยทีเดียว แล้วเวลาดูเนี่ย ก็จะเถียงๆกัน เรากะลูกhost ก็ว่าตลกดี และที่มันส์คือเชียร์บอล คุณตาของบ้านนี้ ชอบ Leedsเหมือนเรา ตอนนั้นLeedsก็form ดีมากๆ เชียร์กันลั่นบ้าน ส่วนสาวๆในบ้านคนอื่นจะเป็แฟน หงส์แดง และ หนุ่มๆที่เหลือจะเป็นChelsea ทำให้คุณตาปลื้มมากที่มีคนรักLeedsเข้ามา และตอกย้ำความบ้าฟุตบอลของคนอังกิด โดยมีวันนึ่ง เราหลงทาง กลับบ้านไม่ถูก(และกลับถูกได้ไงก็จำไม่ได้..เดินมั่วๆไปกะ ไอ้นิม-อยู่บ้านเดียวกัน ตอนนี้ มันเข้า ม.แล้วล่ะ คง จุฬา เพราะมันเป็น เด็ก ตอ. คือมันไป norway มาปี ทำให้ไม่ได้เข้ามหาลัยปีเดียวกัน เจอมัน ล่าสุดที่งานบอล...ตูกำลังเป็น ลีดตลกเลย...เออ..ตลกดี) ก็ไปเจอ ตากะยายคู่ เราก็ถามทางเค้า แต่เหมือนเค้าไม่ค่อยสนใจ เราก็เห็นเค้าแต่งตัวArsenalทั้งตัวเลย เราก็เลยบอกว่า arsenal เป็นทีมที่ดีนะ ชอบอาแซงค์มาก ว่าคุมทีมเยี่ยม อองรี ก็โว้วเก่ง...(ช่วงนั้น ชอบดูบอลไง..รู้ทุกอย่าง)เค้าก็แบบทำท่าอยากช่วยเหลือสุดๆ บอกเราว่า ถ้ามีรถจะขับไปส่งเลย เพราะ รักarsenalเหมือนกัน (เวร..ต้องรีบเก็บพวงกุญแจLeedsที่ห้อยไว้เลย) แล้วเค้าก็พยายามเอาความรู้ทั้งที่มี คิดว่า รถที่จะพาเรากลับบ้านได้ ต้องสายอะไร...เออ..ตลกดีเนอะ อีกอย่างที่ฮาคือ การกินอหารไทยที่ Harrods ซึ่ง 40 ปอน คับ แพงมาก มี น้ำส้ม(เล็ก) สี่แก้ว ลาบหนึ่งจาน ผัดไทยหนึ่งจาน และ ก๊วยเตี๋ยวต้มยำ หนึงฉาม ว่าถ้ากินเมืองไทย แค่ ร้อยสองร้อยอะ เหอๆ แต่ที่Harrods ของเค้าแรงจริง(แต่ห้างก็งั้นๆอะวะ)รวมๆแล้วไปอังกิด สิ่งที่ดีที่สุดคือ Host รักHostมาก ถ้าอยู่เป็นปี เราคงผูกพันมากกว่านี้หลายเท่าแน่นอน เพราะแค่ สามอาทิตย์ก็เออ..รักอะ วันสุดท้ายของกลับ คุณยายของบ้าน บอกตอนกลางคืนว่า คงตื่นมาส่งไม่ได้ แต่สุดท้ายก่อนรถออก เค้าก็วิ่งออกมานอกบ้านมาส่ง...เฮ้ย..มันประทับใจมาก น้ำตาร่วงเลยจริงๆ
     
    ประเทศที่สาม คือ Canada เนื่องจากUCE ไม่มี เมกา ทำให้เรา ไม่ได้ทำให้ฝันเป็นจริงสักที เราเลยไป Canadaแทน เราอยู่ ม3 ไปตุลาอีกแล้ว เสื้อUCEรุ่นุ16 เป็นเสื้อที่ประทับใจสุด เพราะ มันสีฟ้า ลาย พยูน..ว่า ตลก และน่ารักดี(ปีอื่นมันสีขาวอะ)เราไปเมือง Kelowna ซึ่งถือว่า หรูไว้อยู่ และพี่ที่อยู่ด้วยกันก็เฮฮากันสุดๆ ว่าเป็น คู่hostmateที่รั่วกันได้กว่านี่อีกนิด(บางครั้งเราก็โกดกัน และเราก็รักกัน...อิอิ และสุดท้าย ก็รักพี่มากๆก๊าบ)ชื่อพี่ปอย (แก่กว่าเรา สองปี-ครั้งแรกที่ได้อยู่กะ รุ่นพี่-ตอนนี้พี่ปอยเป็น นร ทุน กพ อยู่ จีน..พี่แม้ง ไม่อยู่เมืองไทยเล้ย ขอบอก)อยู่canสนุกมากๆ เพราะว่า พี่เราก็ชอบไปโน่นไปนี่ แล้วก็bus stop ก็อยู่ใกล้บ้านมาก บัตรขึ้นรถฟรีก็มี เที่ยวกันวุ่นวายมาก .. เบื่ออาหารฝรั่งก็นั่งรถไปกินที่ห้าง..มีความสุข แถมเรากะพี่ ปลื้ม Guy คุณพ่อบ้าน..(แล้วทั้งบ้านเค้าพูดฝรั่งเศสกันนะ มีเราไม่ได้เรียนคนเดียว) ส่วนคุณลูกชายก็หน้าเหมือน Eminem แต่หล่อกว่ามาก..น้องMatt ป่านี้โตเป็นหนุ่ม..สาวกรี๊ดถล่มอะ โคตรหล่อเหอๆ ส่วนร้านที่ไปกินบ่อยคือ Wok (แล้วลูกชายร้านนี้จะชอบนั่งรถกะพวกเรา พวกเราเลยเรียกเค้าว่า ทายาทไอ้วอก) ส่วนผู้หญิงบ้านนี้ อย่าไปพูดถึง..ช้ำ อ๋อแล้วไปอยู่ can เนี่ย..เหมือนเรา แอบhot มีคนมองแนวว่าจีบ..แต่ไม่ใช่ผู้ชายนะ ผู้หญิงล้วนๆ เคยมีมาขอเบอร์คนสองคน ถามชื่อด้วย..โอ้ย...ได้อีก เซ็ง แล้วก็ได้ไป เหมือน pub เด็กที่นั่น ไม่มีalcohol แล้วเด็กผู้หญิงไทย ไปมีเรื่องกะเด็กผู้หญิงที่โน่น และรู้มั้ย เรื่องจบได้ไง...เด็กผู้ชายไทยมา..หล่อโดนใจพวกฝรั่งเค้า..เลย สงบศึกไป(มันแรดเนอะ เอิ๊กๆ)
    คืนนั้นในpub มีเต้น break dance เหมือนในหนังที่จะมาแข่งๆเต้นๆกัน มีหนุ่มๆฝ่ายโน่นมาดิ้นๆไฟกระจายในกลุ่มเรา และรู้มั้ยเราเต้นอะไรกันอยู่ เด็กไทย "เซิ้ง"คะ..อย่างฮา แต่ใครจะไปรู้..ฝรั่งคงคิด.."เด็กไทยแม้ง สามัคคี ท่าเดียวกันหมดเลย" และสักพัก ก็ได้ยินเสียงคนฮือฮา ทำให้วงเซิ้งของเรากระสับกระส่ายเล็กน้อย...สรุป มีคน เต้น break dance แล้วพลาด ไหล่หลุด แบบ น่ากลัวมากๆเลยอะ...เออ..ตื่นเต้น...จบ ที่จริงเรื่องใน canadaมีเยอะมากมาย รวมๆแล้วประทับใจมากๆ และได้เพื่อนที่ไม่รู้ว่าสนิทกันได้ไง..ไอ้กิ๊ก ตอนนี้เรียนอยู่มหิดล (ซึ่งเป็นเด็ก ตอน. เพื่อนเมย์..มันก็งง ไม่น่าเชือว่าจะคบกันได้เป็นเพื่อน ก๊าก..มันเป็นความเหมือนแห่งความแตกต่างวะ) CANADA Rocks !

    "Do u prefer Posh 88 or Mastang 86?" joke นี้ ไม่มีวันลืม

    ผู้หญิงก็เหมือนรถ มีกระโปรงไว้เปิด ถอยหน้า ถอยหลัง ถอยเข้า ถอยออก ตามความพอใจ...-..พวกตูคิดได้เนอะ !!

     
    ประที่สี่ไปคือ Australia ได้ไปเมือง Adelaide ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางตอนใต้ พอไปก็เริ่มโตแล้ว เพราะ ม 4 ก็ได้อยู่hostเดี่ยวเป็นครั้งแรก ตอนแรกที่ไปนะ อากาศที่นั้นหนาวมาก เพราะมันอยู่ใต้ หน้าเรานี่ แตก เจ็บมากๆ พอเข้าอาทิตย์ที่สอง ปรับตัวได้ โอ้โฮ หน้าใส แก้มแดง มีเลือดฝาด (ดูดีๆ อิอิ) ไปคราวนี้เหมือนมี หลายรุ่น มีพี่ มหาลัยปีสี่ (พี่ปอ..มธ เหมือนกัน และได้ไปงานรับปริญญาพี่ด้วยรหัส 42 ได้นะ) และเด็กสุดคือ ม3 แต่ทุกคนenjoy อย่างบ้าคลั่ง ไปคราวนี้ ทำให้รู้ว่า โรงเรียนที่นั้น ตอน เกรด สิบ เด็กผู้หญิงจะต้องเรียนวิชา เลี้ยงลูก เค้าจะมีตุ๊กตาหุ่นยนต์ให้ แล้วก็ทำเหมือนเป็นลูก ต้องเล่นกะมัน ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อม ต้องให้นม โว้ว สุดๆ และพอได้เข้าไปเรียนกะเด็กที่นั้น ทำให้รู้ว่าทำไมต้องเรียนวิชาแบบนี้ เพาะ เด็กที่นั่น ไว้ไฟกันเหลือเกิน...โอ้โฮ...ขนาดในห้องเรียน...โอ้โฮ อย่าง X ท่าทางโรงเรียนอยากป้องกัน ไม่งั้นก็สอนว่า ถ้าsex กันแล้ว ไม่ป้องกัน ผลลัพธ์ที่ออกมา จะไม่โสภาเท่าไร หากเป็นชีวิตในวัยเรียน แล้วเราก็ได้เล่น netball เหมือนบาส อะ แต่เสาชู้ตจะไม่มีแป้น เราก็เล่นครั้งแรก ก็โดนเกือบ pick last in gym (เพิ่งเข้าในความคับแค้นของเด็กเมืองนอกเวลา เป็น geek แล้วบอกว่า pick last in gym มันเป็นไง..คือคนไม่เก่งนั้นเอง) ต่อมาเค้ารู้ว่าเราเล่นได้..โอ้โฮ โดน pick อันดับต้นๆเลย...(เราก็ดีเรื่องกีฬาอย่างเดียวนั้นแหละ55)ก็สนุกมากๆ ยังมี วิชาวาดภาพ เราวาดพวกการ์ตูนไรเงี่ย เด็กที่โน่นบอกตื่นตา ไม่เคยเห็น คือ พวกการ์ตูนคนญี่ปุ่นอะ และก็อะไรฮาๆ เค้าว่าเราcreativeดี...เออ ขอบคุณ เพราะอยู่เมืองไทย เราคง งั้นๆอะ กร๊าก รวมๆแล้วไป aus ก็สนุกเช่นกัน รู้สึกดี พี่ๆเพื่อนๆน้องๆ เฮฮา และก็ สัญญากะพี่ปอว่าจะมาเป็นรุ่นน้องใน มธ ก็ทำได้แล้วด้วยนะ 55
     
    อืม ทุกครั้งที่เห็นจุลสารUCE หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง เราก็นึกถึงความทรงจำดีๆ และก็นอยๆบ้าง ตอนที่ได้ไปเมืองนอกกะเพื่อนๆ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ คนใหม่ๆ วัฒนธรรมใหม่ๆ มันก็น่าสนใจทุกอย่างที่ได้ไปพบเจอมานะ แต่ ให้มีความสุขมากแค่ไหน เราก็ยังอยากกลับมาเมืองไทย...ทุกครั้งที่ไปเมืองนอก ที่ไม่ใช่ไปกะที่บ้านนะ เรามักจะคิดในใจเสมอว่า
    "ถ้าเครื่องบินจะตก ก็ขอให้มันตกในเขตเมืองไทยเถอะ"
     
    ps.แต่เราคงไม่ไป uce อีกแล้วล่ะ ^_^ ไม่ใช่เพราะ แก่แล้ว หรือหมดไฟ แต่เพราะ...
     
    July 22

    lucky - unlucky

    one day i woke up with a fine mood.i took the shower then headed off to my car coz it's pretty late.
    i needed to drive myself to SC,otherwise i wouldnt make it before 8.30(coz i had LT203 at 8.30-the bible,i mean)
    someone was parking his silly car,blocking my way out.i tried to move it but there's nothing coz that nut-head parked with "P"position (the automatic gear).i was so hurry in my uniform,headed to Inter Zone for NGV or 2-rows van.
    Finally the two-rows was come.
    i wasnt that quickly but crumsy enough to get my head hit with that pipe,which most ppl hold it in the car.
    (u gotta understand that im pretty tall 'n the van's height is not so high.)
    then i got to SC around 8.40.i was pretty angry coz i always keep up with my time;
    especially for classes,i try so hard not to b late.(except GR-german>>too boring to get on time.)
    i reached to class but my fingers were caught between the door while i closed it.it's damn hurt 'n gave a pretty loud noise.
     

    then i blamed my luck that it's so unlucky in that day.

    i was not that mad but it was simply a sad laught.

     
    then on the 19th July 2007.(another someone's birthday,but...well)
    i had LT 211 exam,history of poetry-smth like that.i had to interpret some poems,explain some characters,
    or even give the definition of some words which were given.
    i thought i did well,but after i came out of the room.i knew i was
    FUCKING DAMN WRONG !!!
    it's my favourite poem by Edmund Spencer "Amoretti".
    -my love is like to ice and i to fire-
    i remember so clear with the start of this poem
    but i ended up messing it in my exam room.
    NOT classwork.NOT draft.it's EXAM.
    i forgot that the man was the fire but the woman was ice.
    i hate myself for being such silly.
    my 10 marks r gone.
    u know the worst part was i taught my friends this poem before we went into the room.
    i should get that 10 marks coz the rest 25 r still far to c.
    after my bad luck and silliness.
    i drove myself off and headed home with one of my roommates,Meas.
    i was completely furious,but my eyes were still on the road.
    actually my anger was enough to do another silly thing;like get my car crashed?
    (im really serious with my LT coz it's my major which i fond for and chose for my future.)
    well i couldnt do like i wanted coz i had a friend in car,talking happily on the phone with her someone.
    moreover;mayb if i become a criple,i will surely think it's not worth it.
    then my favourite song was on "Until the time is through" by 5ive.
    my mood was lifted up a little.BUT then my front wheel hit the footpaste.
    it's certainly explored - -"  "shit "was the first thing i thought.
    i wasnt that terrified or screming.i just thought "SHIT"
    then i parked my car in front of Inter Park dormitory 'n called my driver at home to help me out.
    (sometimes i feel like my driver is closed to me than my dad,u know,still hes not one.)
    about 30 mins later my drivers came,they helped me with the car.my grandmom didnt yell at me at all.
    she said she wouldnt tell mom'n bought the new wheel for me.
    she even asked if i wanted the new car.Oh Ho...i dont want anything right now except good grades 'n meeting Shane in person again.
     

    Then i blamed the damn LUCK again.

     
    but i soon realize that everything happens bcoz of me.
    in bible says that Pride of human is bad.even im not christian,i find it right.
    ppl need to b humble.
    but i also think that v should believe in ourselves first before believe in anything else.
     
    i dont think it's sin from my past life or stuff like that.
    i think i faced those horrible situations coz of my recklessness.
     

    "What i do is what i get."

     
    -คิดถึง Shane อยากให้Shane มาเมืองไทยอีก WWE is coming.i bought the 5000 ticket cz of my friend,but i aint really to go that much.
    the only reason i go is bcoz WWE is run by the McMahons.well Shane!
    i know it's silly to admire someone so strongly like a child,but
    Shane is like an inspiration.
    เคยเปล่าวะ...หลับตา...คิดถึงหน้าผู้ชายที่ตรงใจ...ออกมาหน้าเป็น เชน....แบบนี้อะ ใช่โคตรๆ...ตอนเจอตัวจริง ก็...เพ้อไปนาน..เป็นเรื่องที่มีความสุขมากกว่าการเอนติดด้วยซ้ำ
    (พอดีวันเอนติด...มันมีเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกว่า....ชีวิตนี้ ถ้า เราไม่รักเรา ชีวิตเราก็จะไม่มีใครเลยจริงๆ และก็ไม่มีอะไรมีค่าแล้ว...ไม่ว่าใครก็ตาม)
     

    มันเป็นความประทับใจน่ะ

    ไม่อยากครอบครองแต่มีไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ...ทำนองนั้น...

    ศาสนา?!?

     
    July 14

    รู้สึกว่า..เวลานี้ก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันนะ

    แป๊บๆก็ผ่านไปหนึ่งวัน...หลับหูหลับตา..ต๊ายตาย ผ่านไปหนึ่งเดือน...อีกนิดอีกหน่อย..ว้าว..ผ่านไปเป็นปี
    จึงทำให้เราคิดว่า...อยากทำอะไร..ก็ควรรีบทำ ก่อนที่จะหมดเวลา และเราก็มานั่งเสียใจ
    เฉกเช่นเมื่อวาน...
    คิดในใจเล็กน้อย..นี่เราแมนไปเปล่านะ
    มันไม่ใช่สมัยเรียนนะ..ที่ใครๆก็เห็นเราเป็น ทอม
    เอ๊ะ..มันจะดูไม่ดีรึเปล่านะ คิดไปคิดมา..ตัดสินใจว่า..จะอยู่นิ่งๆ
    ผ่านมาอีกนิด..เอ๊ะมองเวลา เอ๊ะ..อีกไม่กี่นาทีจะหมดเวลาแล้ว
    และเราก็อยู่นิ่งไม่ได้แล้ว..ว่าถ้าไม่ได้ทำคงเสียใจ
     
    วันนี้ได้อ่าน a day ฉบับ RS ด้วย
    ทำให้นึกถึงตอน ประถม...
    ตอนนั้น RS เค้าดังจริง ชอบสุดคือ Jr Voy กร๊าก..โดยเฉพาะ Voy
    (เพื่อนๆบอก ชอบคนแก่ๆ แต่เด็ก.. - -")
    เค้าเขียนอีกว่า fashionสมัยนั้น จะมีเข็มขัด แบบ raptor (ตูก็มี)
    มี นาฬิกาspoon แบบ โดม (โอ้ย..ชั้นก็ไม่พลาด)
    เสื้อยืดสีสดๆ ลาย Zoo A ha แบบ lift กะ oil...เฮ้อ..เคยมีเหมือนกัน
    ตอน ประถม จำได้ มี ข้อตกลงกะเพื่อนๆว่า เราจะ support RS ตลอดไป
    (นี่เป็นคำกล่าวของ เพื่อน ชื่อ ติ๊บ..มิชั้น ตั๊บนะคะ..55 ตอนนี้ มัน อินดี้สุดๆไปแล้ว)
    เพื่อนบอกว่า จะไม่ฟังเพลงของ Grammy ..พอสัก ป6 ไบรโอนี่ ก็ออกalbum มันชอบมาก
    ก็เลย..แถลงการณ์ใหม่ว่า "จะขอยกเว้น ไบรโอนี่..แต่ความรักที่มีต่อRSยังไม่เปลี่ยน"
    และตอนนี้...เราว่า..มันคงคิดว่า..อะไรฟังเข้าหู...ชั้นก็ฟัง..ไม่สนค่ายเพลงไหนแล้วล่ะ
     
    และก็เลยทำให้คิดว่า เวลามันผ่านไปเร็วเนอะ
    จากเด็กมาเป็นผู้ใหญ่
    จากวันนั้นที่นั่งทานข้าวถาดหลุม ถักเปีย ใส่เอี้ยม
    ตอนนี้ใส่ชุดมหาลัย นั่งเขียน lecture หัวฟู
    แต่พอมองย้อนกลับไป เหมือนเมื่อวาน เพิ่งแต่งชุดยุวกาชาด
    เพิ่งทำโน่น ทำนี่...ทั้งที่มันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว
     
    ทำให้เรารู้ว่า..อยากทำอะไรก็ควรรีบทำสะ..
    แต่ก็ควรไตร่ตรองด้วย..อย่าใช้อารมณ์ชั่ววูบ..
    เฉกเช่นเรา..ที่มันก็เป็นเหมือน ความผิดติดตัว  ตลอดไป ที่นานแค่ไหนก็ลบไม่ได้
    ถ้าย้อนกลับไปแก้ได้...ทุกอย่างในวันนี้ก็คงดีกว่านี้มากๆ
    *เรายังคงคิดว่า..ตัวเราจริงๆแล้ว ไม่ได้เป็นคนอารมณ์ร้อนขนาดนั้น..อย่าพูดถึงเราอย่างนั้นได้มั้ย..เราไม่ชอบ*
    มันไม่รู้สึกดีที่โกรธ และก็ไม่ได้รู้สึกดีกะอะไรที่เคยทำลงไป
    ก็แค่อยากให้รู้ว่าแคร์ รู้ว่ารักมากๆ
    และเมื่อเราเฉย เธอก็ไม่รู้ เมื่อนิ่งเธอก็ไม่เข้าใจ
    -----วกคิดเรื่องเดิมทุกที่-----
    เราเสียใจ ให้นานแค่ไหนก็ไม่ลืม
     
    บทเรียนราคาแพง
     
    แล้วเมื่อไรจะมีใครเข้าใจเราสักที
     
    กิฟท์..เป็นลีดสีเขียว..ก็ดีใจด้วย แต่ก็แอบรู้สึก..อย่างที่บอกไม่ถูก..อยากดูกิฟท์เต้น..แต่อีกใจก็ไม่อยาก..แต่ยังไงเราก็ดีใจด้วย ตั้งใจนะ
    July 08

    Right here waiting

    Oceans apart day after day
    And I slowly go insane
    I hear your voice on the line
    But it doesn't stop the pain

    If I see you next to never
    How can we say forever

    Wherever you go
    Whatever you do
    I will be right here waiting for you
    Whatever it takes
    Or how my heart breaks
    I will be right here waiting for you

    I took for granted,all the times
    That I thought would last somehow
    I hear the laughter,I taste the tears
    But I can't get near you now

    Oh,can't you see it baby
    You've got me goin' crazy
    I wonder how we can survive
    This romance
    But in the end if I'm with you
    I'll take the chance

    Oh,can't you see it baby
    You've got me goin' crazy

    Wherever you go
    Whatever you do
    I will be right here waiting for you
    Whatever it takes
    Or how my heart breaks
    I will be right here waiting for you
    ตอนนี้ตั๊บเรียนเพลงนี้อยู่
    เพลงนี้ chord ช่างแสนง่าย ไม่มี # มารายล้อมให้ปวดหัวใจ
    โน้ตที่มีก็กดอยู่ไม่กี่ต่ำแหน่ง (แหะๆ) ส่วนเนื้อหาของเพลงก็แสนนะ...เฮ้อ...โดน
     
    ตอนนี้ตั๊บเรียนเปียโนจบเล่มแรกแล้วนะ Basic Adult 555
    มีแต่คนถามว่า ตั๊บกลับมาเรียนเปียโนทำไม (เคยเรียนตอนเด็กๆ เรียนๆเลิกๆ ไม่เคยเกิน 3 เดือน)
    ตั๊บแค่คิดว่า อะไรตอนเด็กๆ ที่ตั๊บทำไม่ได้ โตมาตั๊บก็ทำได้ แค่เปียโน ทามมายทำไม ทำไม่ได้สักที ก็เลยเรียนใหม่
    อาจารย์ตั๊บก็ประหลาดดี ... โดนใจ เลยเรียนไปเรื่อยๆ
    ตั๊บว่า ถ้าตั๊บเล่นดนตรีได้ มันก็คงจะดีนะ เพราะ ตั๊บจะได้ไม่เหงา
    ที่จริงตั๊บอยากเรียน sax แต่ว่า พอดีแถวบ้านไม่มีให้เรียน..ก็เลย เปียโน ล่ะกัน เอิ๊กๆ
    แต่ฝีมือการเล่นเปียโนของตั๊บยังอ่อนหัดสิ้นดี...พยายามอยู่อะนะ
    เห็นคนเล่นเปียโนเก่งๆ (รอบข้างมีเยอะมากมาย) ก็อยากเล่นให้ได้อย่างเค้าสักที...
    สู้ต่อไป..ลิปโพ
     
    อืม...เคยซื้อของขวัญให้คน แล้ว ไม่กล้าให้เปล่า..ไม่รู้จะเอาไปไหนตอนไหน...โอ้ย
    ตั้งใจเลือกมากๆเลย...อยากให้ตรงวัน...ใจเย็น ใจเย็น
    ตั้งใจอยากหาของขวัญมาตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าเค้าเกิดเมื่อไร..ว่าจะให้..
    มันเป็นความตั้งใจ
    มันดูมากไปเปล่าวะ..อะไรจะตั้งใจข้ามปีอย่างนั้น แต่เออจริงๆ เราตั้งใจ
     
    ตอนนี้เรารู้สึกใจหล่นๆ รู้สึกเหนื่อยๆ ท้อ อยากหายไปจากโลก ไม่ได้ตาย..
    แต่อยากหายไป ไปไกลๆจากคนที่รู้จัก จากที่ที่อยู่
    รู้สึกเหมือนตอนช่วง ม6 หลังจากวันที่ 23 สิงหา (มัน ตายทั้งเป็น จริงๆเถอะ)
    เราเคยคิดไว้ว่า ถ้าจะไม่มีใครจะรักเรา เพื่อให้เราลืมความรู้สึกที่มีให้"คนนั้น"
    ก็ทำให้เราเสียใจมากกว่า ที่เราเคยเสียใจกะคนๆนั้นได้มั้ย เราอยากทำทุกอย่างที่ทำให้เรา ลืม"คนนั้น"ได้
    ตอนนี้ เราลืม "คนนั้น"ได้แล้ว ก็อาจหลงๆอยู่บ้าง แต่พอเจอกันก็รู้เลยว่า มันไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไร
    ไม่ได้รู้สึกรัก ไม่ได้รู้สึกเกลียด ไม่ได้อยากดูแล หรือเป็นห่วงไรมากมาย
    มันอาจเป็นเพราะเวลาด้วยมั้ง
    และก็คงเป็นเพราะ เราบอกรักคนไปคนนึง มันก็ดีที่ได้บอก ก็เพราะ..คิดแล้วว่าบอกไป จะเกิดไร ก็..ที่จริงก็รู้คำตอบอยู่แล้ว
    และเค้าก็บอกว่า เค้าไม่มีวันที่จะคิดอะไร...อ้า ถ้าเล่นเกมส์เราคงได้เงินล้าน
    เออ...ก็ดี..เพราะ การที่เราบอกรักเค้า ก็เพราะ เราลืม"คนนั้น"ได้แล้ว
    รัก มันไม่ได้บอก เพราะ อารมณ์ช่วงวูบนะ มันต้องคิด ไตร่ตรองบ้าง กว่าจะพูดครั้งแรก..อืม
     
    ps.ขอบคุณ ตุ๊กแก ตัวนั้น ที่ส่งเสียงดังมากๆ.. ตอน ตี สาม กว่าๆ ในคืนสุดท้าย ที่รับน้อง'50
    รับน้องครั้งหน้า..จะไม่มี"ปรากฏการณ์ผงเข้าตา"อีกแล้ว
    (ว่าไปปีนี้ก็มีแค่ตุ๊กแกที่เห็นนะ..เหอๆ ขอบคุณที่มันร้อง..รู้สึกแย่ยังไง..ตุ๊กแกมันน่าสะพรึ่งกลัวกว่าจริงๆ 55)
     
    และคนส่วนมาก..อารมณ์ประมาณอย่างเรา เค้าคงคิดได้เพลงซึ้งๆอกหักๆ
    เราตอนนี้..คิดได้แต่เพลง "แช่วับ" ของมหาลัย และ "หอยจี้รี่"...มันทำให้เราเศร้า
    55555555555555555555555555555555555555
    ยิ่งแอ๊บขำ...ยิ่งเหมือนจิตสลายนะ
    July 05

    O_O...Shane

    จะอัพเรื่องว่าไปประชุมลีดตลกมา....ก็รู้สึกผิด....เราก็ไม่ชอบนะที่เปลี่ยนวันแบบกระทันหันไป แต่เราก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร...ก็ทำงานครั้งต่อไปมันต้องรอบคอบกว่านี้
    เรากำลังคิดถึงเรื่อง รับน้องโต๊ะที่ผ่านมาของเรา..ที่เราplanอะไรไว้ และมันก็ลงlockตามที่เราจัดไว้....เราว่า...เราบ้าอำนาจเล็กๆด้วยวะ....แต่เราเสียที่ตรงเป็นคนขี้กังวล และ อ่อนไหวเกิน ตอนนี้ได้ประธานลีดตลกคนใหม่แล้ว...อยู่วิทยา...เห็นหน้าแล้วจะรู้สึกว่า..."เฮ้ย...มาถูกที่ ลีดตลกแน่นอน"และเค้ากล้าแสดงออก...เอิ๊กๆ..ส่วนรองนี้ ชื่อรุ้งอยู่วิศวะ คนนี้ดูเด็ดขาดดี ส่วนเรา....เป็น สวัสดิการ.....เอิ๊กๆ....ก็เตรียมถังใส่น้ำให้ลีดตลกเรียบร้อยแล้ว (ก็ถังที่พี่ๆน้ำพุ4 ใส่โค้กรวมสาบานนั้นแหละ...ใหญ่ดี...ถังเดียว ตอนซ้อมเอาอยู่แน่นอน..แต่มันก็ต้องมี ถังเล็กๆอีกอะนะ..)เราลากอ๊อฟมาทำกะเราด้วย...อิอิ....ดีๆห้องมานมีตู้เย็น มีอะไร....สวัสดิการ นี้..ช่าง provideเนอะ...อีกอย่างเราว่า สวัส เนี้ย ต้องเหมาะกะเราสุดแล้วล่ะ...เพราะ...เราไม่อยากเต้นสัน แต่เราว่าเราสามารถมาดูน้องๆได้ทุกวันนะ...แต่เราก็อยากอ่านหนังสือ (ภาษาวรรณ งานเค้าแรงจริง)ก็คิดว่า ขณะที่เค้าซ้อมเต้นกันอยู่ เราก็นั่งดูแลน้ำ ขนม ตอนพักไรว่าไป...then ก็ อ่านหนังสือ (ฟังดูดี...เราว่า พอเข้าจริงๆ เราก็ไปเต้นกะเค้าแหละวะ...burn)
     
    เมื่อวันจันทร์ กลับไป สตรีวิทยา มา เพราะว่า มีงานเลี้ยง farewellให้South Dartmoor โรงเรียนจากอังกิด ที่ link โครงการ dreams'n teams ของ British Council กะ รร เรา
    เราเคยเป็น dreams มาก่อน ก็เลยไป (ไปแบบ แก่ๆมากๆเลยอะ) เจอน้องๆหลายคน..ยังคงทำหน้าเหมือนไม่คุ้นเคยกะความแรดของอิฉัน 555 (เฮ้ย..เมียสหญิงกว่าเราอีกนะ...อิอิ นั่งอยู่ข้างๆตอนที่อัพอยู่เนี่ย)น้องบอกว่า..เด้วนี้ ผู้หญิ้งผู้หญิง 555 แต่เออ..เวลาไป รร ก็ธรรมดาอะ ปกติ เสื้อยืด กางเกงยีนต์ อาจารย์ฝ่ายปกครองเรา ถามเราว่า "เรียนจบยังตั๊บ" โอ้ยอาจารย์ จะให้ตั๊บรีบเรียนจบไปไหน..แต่ก็ตลกดี...ไปนั่งอยู่กะอาจารย์ รู้สึกดี เจอ ผอ คนใหม่...ว่าเค้าเทห์ดี..เป็น ผอ ที่ กระบังผมลีบที่สุด (โว้ว...ปกติ ของ สว ต้อง ตั้งแบบฝนไม่เปียก..AKA intensive รุ่นกูเรียก the roof)แล้วก็ดีใจที่ อาจารย์จากSouth ก็ยังจำเราได้ ชื่อSteve (แต่ไม่ใช่ Steve Smith ที่เราชอบบ่นถึงนะ อิอิ)..แต่ปีนี้..เออ..ดี ไม่มีกอดกัน เมื่อสองปีที่แล้วแนบแน่นไปหน่อย..ตกใจ คนไทยค่ะ (ว่าไป กะว่าปิดเทอมใหญ่นี้จะไป อังกิด..แต่อีกใจก็อยากไป work ที่ เมกา...อยากไป เมกา มาตลอดชีวิต...แม้งไม่ได้ไปสักที) ที่ฮาก็ตอนอยู่กะน้องๆ .. ไปนั่งกะน้องๆตอนกินข้าว มีน้องม2 เพิ่งรู้จักสดๆร้อนๆ (รู้จักพี่ของน้องเค้าก่อน เด็ก ม5..) มาถามเราว่าเรา เปนอะไรใน dreams กร๊าก..ตอบไงดีวะ...
    เปน จิปาถะ อะ อยากให้ทำอะไรก็ทำ..แต่ แก่(เกือบ)ที่สุดในชมรมเลยนะ (ตอน ม6 เป็นประธาน handball แต่แม้ง รร ไม่ค่อย support handball ... โอ้ยอยากเล่นhandballจังโว้ย) เราว่า ถ้ามีน้องถามอีก เราจะบอกว่า เราเป็นหน่วย "เก็บตก"ละกัน...เอิ๊กๆ
     
    WWEกำลังจะมาเมืองไทย...Smackdown กะ ECW
    ...เฮ้อ...ไม่ได้ชอบใครเลย..เพราะ Kennedyก็ไป Raw แล้ว...เฮ้อ...
    แต่ว่า WWE คือ product of The McMahons
    และลูกชายบ้านนี้เค้ากระชากใจเหลือเกิน
    ก็ต้องสนับสนุน WWE เสียหน่อย...จ่ายไปเลยค่ะ บัตร 5000 (เพื่อนแม้ง tempt ครั้งที่แล้วก็5พัน)
    ถ้าShaneมานะ จะมีความสุขมากๆเลย..อยากเจอตัวจริงShaneอีก
    น่ารักมากๆเลย....นี้ก็เข้าปีที่ 10 ที่ชอบShaneม๊ากมาก...เพื่อนบอกว่า ..เออ.."เมิงคลั่งนานดีวะ"
    เอิ๊กๆ...ถ้าสมมติว่า มีผู้ชายในชีวิตจริงเรา ทุกอย่างเหมือนShane หน้าตา นิสัย ท่าทาง..เอาเปนว่า Shane
    เราคงไม่สามารถรักใครได้อีก...555 เออ เมื่อวาน วันเกิด Marissa ...34 แล้วคะ (ภรรยาShaneนั้นเอง..โชคดีจริงๆ)
    แต่ยังไงก็...celebrity อะนะ...ก็ได้มองผ่านจอ นี้แหละ...
    shane กะ steph ตอนเด็กๆ ... เอิ๊กๆ ทำให้เราอยากมีพี่ชายเลย (shane กะ steph ห่างกัน 6 ปี...)
    อยากเป็นคนใช้ของบ้านเนี้ยอ้า....บ้าน McMahon (คุณพ่อก็หล่ออยู่นะคะ)
    ผู้ชาย สาม คน ที่ตูชอบ..มาอยู่ภาพเดียวกัน..ปลื้ม...(แต่คนเสื้อดำ เค้าน่ารักสุดๆจริงๆ)
    July 01

    ทุกความประทับใจ

    เดือนกรกฎาคม...เดือนนี้ ชอบเกิดmemoryให้เรา...คือ เรามีความรัก และเรารักคนได้คนเดียวในเวลาเดียว และคนที่เราเคยรักมา ทุกคนเป็นความประทับใจ
    เราไม่เคย ซ้อนความรัก...เราเคยเผลอ แค่ครั้งเดียว แต่รู้เลยว่า มันไม่คุ้มเลย กับการที่ทำให้คนที่มาทีหลังเจ็บปวด เพราะ ถ้าเราบอกรักใคร มันก็ต้องรักคนนั้นโดยไม่มีคนอื่น
    เราเพิ่งเข้าใจว่า การที่มีคนบอกว่า ทำให้คนที่เรารักเป็นคนแรก มันเป็นยังไง...แต่จริงๆเราไม่สามารถทำให้คนที่อยู่ในปัจจุบันได้เหมือนคนแรก หากเค้าไม่ใช่คนแรกที่เรารัก
    แต่ ทำไมเราต้องคิดถึงคนอื่น ในเมื่อเรามีคนที่รักเรา และเราก็รู้สึกว่าเรารักเค้า อยู่ตรงหน้า? คนคงแทนกันไม่ได้
     
    พูดถึงเดือนกรกฎาคม...เราชอบคิดถึงคนๆหนึ่ง ผ่านมาก็ 6ปีแล้ว(พอดีเค้าเกิด กรกฎา..) เราก็...รู้นะว่า มันเป็นไปไม่ได้ ก็ไม่ได้หวังว่าจะเป็น ตั้งแต่วันก่อนโน่น จนวันนี้ เป็นประสบการณ์แย่ๆ hurtๆ ที่อยากจำ ตอนนี้ก็ไม่ได้คุยกันแล้ว เพราะ ยอมรับเถอะ ว่าเค้าก็คงรู้สึกดีที่ไม่ต้องคุยกะเรา ไม่ต้องเจอเรา แต่เราก็ยังรู้เรื่องเค้าตลอดนะ เราจำได้ว่า ล่าสุดที่เราเจอเค้า คือที่ สยาม ประมาณ ใกล้จบม6(ตอนนี้ก็ปีสอง) พอเห็นเค้าเดินมา...เราก็หลบไปอย่างรวดเร็ว...- -" แต่นั้นแหละ...ล่าสุดที่ได้เจอหน้าเค้า...แต่ว่าหลังจากนั้นก็ได้ข่าวตลอด...พอดีๆ เพื่อนๆ น้องๆ อะไรแบบเนี่ย ได้เจอเค้าบ่อย...บางครั้งเวลาเดินสยาม...ก็คิดนะ...เออ...จะได้เจอมั้ย...แต่ก็ไม่เคยเจอ(ต้องแบบSteveเปล่าวะ..มีวัน คิดถึงSteveมากเลย...เดินparagonอยู่กะเพื่อน..เจอมันเดินมาสะงั้น...ฮ่าๆ ผู้ชายที่..ทำให้เราขำที่สุดในชีวิตmy bitch)ตอนแรกน้องเราเรียนอยู่ Preที่มหิดล...ก็บอกมันว่า จะไปหา...เพราะอยากเจอเค้าคนนี้ แต่ก็ไม่เคยได้ไป น้องๆเพื่อนๆ ที่อยู่มหิดลมีเยอะมากมาย แต่ก็ไม่เคยจะไปหามันสักที...อย่างแรกนะก็คือขับรถไปไม่เป็น แต่เหตุผลที่ใหญ่กว่า คือ เราไม่รู้ว่าเจอเค้าแล้วเราจะทำยังไง อะไร แค่ว่าเค้าไม่เจอเรา เค้าจะรู้สึกดีกว่าเจอ และเรารู้สึกดี ที่เราจะได้รู้เรื่องเค้า เห็นเค้า แต่ว่า เค้าไม่ต้องเห็นเราเลยหรือรู้เรื่องเราเลย ล่าสุด เมื่อตอนปลายๆเมษา เค้าเข้ารพ.เพราะว่า รถชนเค้าที่กาญ ต้องผ่าตัดอะไรมากมาย เจ็บหนักเลยล่ะ เราก็รู้ น้องโทรมาบอก เรามั่นใจว่า เราไม่ได้รักเหมือนเก่านะ แต่เค้าเคยเป็นคนที่เรารัก เราก็ขับรถอย่างงงๆไปLotusไปซื้อรังนก แล้วไป รพ.เอาไปให้เค้า แต่เราไม่กล้าให้เค้าด้วยตัวเอง ก็ฝากนางพยาบาลให้ไป นางพยาบาลก็บอกว่า เข้าไปให้สิค่ะ เราก็ เหอๆ...ยืนยันไม่เข้าไปแน่นอน การ์ด เราก็เขียนให้นะ แต่ไม่ได้ลงชื่อแต่เราก็รู้สึกดีนะ แค่เราได้ทำอะไรให้เค้า เราเคยโทรไปถามอาการเค้าที่โรงพยาบาลด้วย...เค้าไม่เคยรู้เลย...เพราะตอนที่เค้าออกจากโรงบาล เค้าก็เล่นเอม เราก็ทักไปงั้น..เค้าก็เล่าว่า เกิดอะไรกะเค้าบ้าง เพราะเค้าคิดว่าเราไม่รู้...ดังนั้น เค้าก็คงไม่รู้เหมือนกัน ว่าเราก็เคยไปเยี่ยมเค้าที่โรงบาล...ตลกตัวเอง ยืนเอ๋อๆอยู่หน้าห้องเค้า...และก็ตัดสินใจวิ่งไปฝากของที่พยาบาล และก็วิ่งออกมา...เพื่อนบอกว่า ตูทำตัวเปนนางเอก ได้มากกว่านี้อีก...อืม...แต่เค้าเป็นคนน่ารัก มีแฟน มีภรรยาไปแล้วมั้ง...เอิ๊กๆ เป็นความประทับใจของเรา ถ้าย้อนเวลากลับไปได้...เรา...ก็เลือกรักเค้าอยู่ดีแหละ ...แต่จะทำให้ตัวเองมีเหตุผลมากกว่านั้นหน่อย เพราะถ้าเราใจเย็นๆ มีเหตุผล ไม่ได้ตามใจตัวเองมาก วันนี้เราก็คงยังได้เจอคุยกะเค้าอยู่ คงไม่มีอารมณ์ที่ว่า "ดีแล้วแหละ ที่เค้าไม่เจอหน้าเรา"
     
    ให้รักมากเท่าไร ไม่ได้คู่กัน มันก็ไม่ได้คู่กัน แต่มิตรภาพดีๆ มันมีให้ตลอดเวลา...(ตอนแรกๆ มิตรภาพ คงไม่อยากได้ แต่ ต่อมา มีไว้ก็คงจะดี)อีกอย่างวันนี้เราก็มีคนที่เรารัก ถึงเค้าไม่คิดจะรักเราเลยเถอะ บางครั้งก็คิดว่า...เออ..เราทำอะไรอยู่..แต่ก็รู้สึกดีบางเวลา แต่มันก็เจ็บไม่น้อย...บางครั้งก็คิดว่า...เออ..ไม่ไหวแล้ววะ ศักดิ์ศรีหายไปไหน เรารู้ว่าถ้าขาดไปก็ไม่ตาย แต่ไม่ขาดก็ดี...เรามั่นใจว่า อนาคตเราอีกยาว..แค่วันนี้ เราไม่อยากมองไกลขนาดนั้น แค่วันนี้รักอยู่ ก็คือรัก ...หรือมองอีกอย่าง...เราอาจแค่อยากทำตัวเหมือนมี เรื่องราว ..อยากฟังเพลงที่เปิดในวิทยุให้เข้าใจ อยากดูหนังให้ซึ้ง ให้อิน ว่าความรักมันช่างยากเย็นกว่าจะลงตัว ...บางที เราอาจต้องการแค่นั้นก็ได้ ไม่ก็อยากเรียกร้องความสนใจ....หรือแค่อยากบอกว่า เราก็มีความรู้สึก...อืม...
     
    อ่านไม่รู้เรื่อง...ก็ช่างเถอะนะ...