Tubby's profilehttp://leesungjinnrg.blo...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 25

    ไม่มีอะไรพิเศษ

    ช่วงนี้ชีวิตก็เรื่อยๆนะ
    กำลังอยู่ในช่วงมิดเทอม
    เวลาผ่านไปไวดีเนอะ
    เหมือนเพิ่ง ปีหนึ่งมาไม่เท่าไร
    ปีสองก็ผ่านไปอย่างกะจรวด
    ตอนนี้ปีสามแล้ว
     
    พูดถึงกิจกรรมที่ผ่านมมาของปีสามหน่อยดีกว่า
    เมื่อต้นเดือนได้ไปรับน้องมา มันยอดมากคะจอร็จ
    ดราม่า และ อิโมชันนัล มาก
    คือ ตลอดเวลาที่อยู่โต๊ะน้ำพุ สี่ มา
    ไม่เคยได้ทราบซึ้งกับรับน้องเลย
    ไม่ใช่ว่า ไม่รักน้องหรืออะไรนะ ไม่ใช่ว่าไม่รักพี่ หรือเพื่อนด้วย
    (โดยเฉพาะ พี่เนี่ย....โว้ว...)
    คือ การรับน้อง ไม่ใช่การพักผ่อน หรือ เที่ยวสำหรับเรา
    แต่เป็นการทำความรู้จักกันในโต๊ะ รู้จักน้องใหม่
    พบปะพี่ๆที่ไม่ค่อยได้เจอกัน
    เราคิดว่า นี่คือจุดสำคัญของรับน้อง
     
    ตอนเราอยู่ปีหนึ่ง มีพี่ปีสองบอกเราว่า
    อยากได้รับน้องแบบ ชิว ไม่ต้องว๊าก ไม่ต้องเครียด ชิว
    แต่กลายเป็นว่า ปีนั้น เหมือนพี่ปีสองจะต้องคุยกับพี่ๆที่โตกว่าในโต๊ะ
    จน ในรับน้อง เราไม่มีโอกาสได้รู้จักกับพี่ในโต๊ะซักเท่าไร
    ก็รู้จัก เล่นกับ ปีสอง นั้นแหละ แต่ พี่ปีอื่น
    ตัวเรา..เอาเราคนเดียวนะ เราไม่ได้รู้จัก พูดคุยกับพี่คนไหนเท่าไรเลย
     
    พอเราก้าวมาเป็นปีสอง
    เราเจอน้องปีหนึ่ง เราก็รู้สึกตื่นเต้น
    มันเป็นความรู้สึกดีๆ ที่เกิดอย่างอัตโนมัติ
    แต่เราว่า ตอนปีสอง เราก็จัดรับน้องได้ไม่ดีเท่าไร
    แม้ว่าจะไม่มีอุสรรคอะไรมากมาย
    น้องๆก็น่ารักกันมาก
    (ไม่ดื้อ ไม่ปวด ไม่งอแง...หาอย่างนี้ได้อีกที่ไหน ฮ่าๆ)
    แต่เรื่องที่กวนใจเรา กลับเป็นเรื่องอื่น
    แล้วเราว่า เราก็ยังมีเรื่องที่ตัดสินใจไม่ขาด
    แล้วแม่ง...โดดออกระเบียงบ้านปีบัณฑิต มันจะมีอะไรน่าอายกว่านั้นฟร่ะ
    โว้ว...
     
    พอมาเป็นปีสาม
    มันก็เป็นอารมณ์ที่เห็นน้อง ปีสอง เค้าทำรับน้อง
    เห็นน้องของเรา...ฮืม...จะบอกว่า น้องโตขึ้นก็ดูเขินๆ ก็ใช่ว่าจะแก่กว่ากันมาก
    เป็นอารมณ์ที่ เห็นน้องมาตั้งแต่ปีหนึ่ง แล้ว พอน้องเป็นปีสอง
    น้องก็มีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ พี่อย่างเรารู้สึกดี
    คือ น้องเค้าเป็นของเค้าเอง เราก็ เปล่าใช้เวลาอยู่กับน้องบ่อยขนาดที่
    48 เคยใช้เวลากับเรา
    แต่เออ...ในความเป็นพี่ เรารู้สึกดีใจ ที่เราได้รุ่นน้องมา
    เราค่อนข้างเป็น พี่ฟรีสไตล์
    เพราะ เราเคยเป็นปีสองมาก่อน และ บางที ความคิดของแกนโต๊ะแต่ละปีก็ไม่เหมือนกัน
    เราก็ปล่อยให้น้องจัดการอย่างที่น้องต้องการ
    เราไม่มีบอกน้อง ให้เขียนแผนงาน ให้วางแผน อะไรแบบนั้น
    น้องมีปัญหาอะไร ก็บอกเรา เราก็จะช่วย
    เราก็ดีใจ ที่เราก็ได้ช่วยน้องบ้าง เล็กน้อยๆ
     
    แต่ความประทับใจจริงๆของรับน้องปีนี่คือ
    ความรู้สึกแปลกใหม่
    คือ เราไม่เคยรู้ว่า คนที่มีพ่อแม่ต่างกัน จะเกิดความรู้สึกรักได้มากขนาดนี้
    เรารู้สึกรักน้องเรามากเลย
    รู้สึกเหมือนน้องเป็นน้องเราจริงๆ
    เรามักคิดว่า เราจะให้ความพิเศษกับใคร
    ก็เพราะ เรารักเค้าแบบ...พิเศษ ไม่ใช่ พี่ไม่ใช่น้อง
    แต่พอ ไปรับน้องครั้งที่ผ่านมา
    เราเข้าใจว่า รักแบบ พี่น้อง มันเป็นยังไง
    อืม...เรารักน้องๆในโต๊ะเรามากๆเลย
     
    เราก็พอมีรุ่นน้องในที่โรงเรียนบ้าง
    มามหาลัย เราก็โชคดี ที่มีรุ่นน้องในมหาลัยเหมือนกัน
    เคยมีรุ่นพี่คนหนึ่ง
    เวลาเราเล่าอะไรให้ฟัง เค้าก็จะบอกว่า
    โอ้ย เบ้ๆ เด็กๆ พี่ก็เคยผ่านมาแล้ว ไม่เห็นตื่นเต้น
    ไรแบบเนี่ย
    เราก็คิดว่า
    อืม ก็เราปีหนึ่ง เราตื่นเต้น เราปีสอง เรารู้สึกดี
    พอมาปีสาม เราก็ยังรู้สึกดี ไม่ได้รู้สึกเบื่อ กับสิ่งที่ได้เจอมาตั้งแต่ตัวเองปีหนึ่ง
    และพอมีน้องมาเล่าให้ฟังว่า กิจกรรมที่ตัวเองเจอมา เป็นยังไง
    กิจกรรมที่เหมือนกับที่เราเจอมา
    เราก็ฟังน้อง และก็รู้สึกดี
    เราไม่เกิดความรู้สึกว่า
    เออ..งั้นๆแหละ พี่ก็เคยผ่านมาแล้ว
    ตอนนี้น้องที่โรงเรียน ก็มีเล่าเรื่องใหม่ๆที่น้องเค้าเจอมา แต่เป็นเรื่องเก่าสำหรับเรา
    เราก็ยังรู้สึกดี ที่ได้ฟัง รู้สึกไม่เบื่อที่ได้ฟังเลยจริงๆ
     
    ---------------------------
     
     
    July 18

    Elegyลาก่อน

    ภายในห้องนอนสีเขียวอ่อน บนเตียงสำหรับนอนได้คนเดียว
    ฉันและเธออยู่ด้วยกันบ่อยแค่ไหน ฉันยังจำได้ดี
    บ่อยครั้งที่เรานอนเตียงเดียวกัน เพราะฉันมักจ้องมองเธอจนหลับไป
    และบ่อยครั้ง หน้าเธอคือหน้าแรกที่ฉันเห็นในเช้าที่ฉันตื่น
    และคืนนั้น
    ฉันนอนจ้องหน้าเธอ อย่างมีความหวัง
    "อย่าตายนะ" ฉันร้อนใจ เพราะ ฉันรู้ว่า หากขาดเธอไป ฉันต้องเป็นบ้าแน่
    ชีวิตฉันต้องลำบาก และ ยุ่งยาก อีกหลายเท่า
    เธอทำให้ชีวิตฉันง่ายขึ้น และ สะดวกขึ้น
    ตลอด เก้าปี เราไม่เคยห่างกัน
    ฉันไปไหนมาไหนกับเธอเสมอ
    เหมือนเธอเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉัน
    เป็นส่วนประกอบที่ 33 ให้ฉันเลยก็ว่าได้
     
    ตี๊ด.....................
    เสียงมรณะดังขึ้น เฉกเช่นใจของฉันที่จะขาด
    ฉันพลิกหน้าเธอดู
    เธอไม่ไหวติงต่อสิ่งใดอีกแล้ว
    เธอดูสงบนิ่งเหลือเกิน
    และเธอไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน
    ฉันรู้แก่ใจแล้วว่า ไม่ว่าอย่างไร
     
    เปลี่ยนถ่านใหม่อีกครั้ง
     
    เธอก็จะไม่กลับมา
     
    ลาก่อน
    talking dict สุดที่รัก
    แม้ว่าในอดีต ฉันจะเคยเกลียดเธอมาก่อน
    แต่ความเกลียดชังก็เป็นจุดเริ่มต้นของความรักจริงมั้ย
    จำครั้งแรกที่เราอยู่ด้วยกันได้มั้ย
    ประเทศ newzealand ฉันก็มีเธอ
    และฉันก็รู้ว่า ฉันมองเธอผิดไป...เธอผู้แสนดี ขนาดพกพา
    แปลภาษาอังกฤษให้ฉันอย่างไม่ย่อท้อ
    และ ตอนไปอังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา แม้แต่ เยอรมัน
    ฉันก็พาเธอไปด้วยเสมอ
    ฉันไม่คิดเลยว่า อเมริกาจะเป็นประเทศสุดท้ายที่เราได้อยู่ด้วยกัน
    เพราะฉันคิดจะพาเธอไปท่องเที่ยวกับฉันในอีกหลายที
     
    ลาก่อน ที่รัก ตลอดเก้าปีที่ผ่านมา ฉันขอบคุณ
    แม้ฉันทำเธอตกหลายครั้ง แต่เธอก็ไม่เคยเกเร
    ยังคงช่วยฉันแปลงานมหาศาลอย่าไม่ย่อท้อ
    แบตเธอก็ไม่ต้องเปลี่ยนมาก เธอใช้ไฟประหยัดเหลือเกิน
    นอกจากจะช่วยให้ฉันไม่เสียเวลาเปลี่ยนถ่านบ่อยๆแล้ว
    เธอยังช่วงประหยัดเงินฉันในการซื้อถ่านด้วย
    ขอบคุณนะ
     
    ฉันน่าจะดูแลเธอให้ดี
    บางทีเราอาจได้อยู่กันจนแก่เฒ่า
    โอ้..talking dict ฉันรักเธอ
     
    หลับให้สบายนะ คนดี
     
     
     
     
     
     
     
    มันเศร้าจริงๆนะ เก้าปีแนะ ฮือๆ