Tubby's profilehttp://leesungjinnrg.blo...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 29

    เค้าว่าอาทิตย์ที่แล้ว ที่เหลือตรึม

    มีคนในบอร์ดจินบอกว่า ที่เหลือตรึมเมื่ออาทิตย์ก่อน
     
    อ้า....อาทิตย์ที่กูไป ก็เหลือ Golden Seat ไว้ให้กูเถิด!!!!
    หรือ ที่แบบ ที่ส่องจินได้ชัดๆ
     
    ใจจริงอยากได้ Golden Seat รอบนึง แล้วจากนั้นจะนั่งไหนก็ไม่แคร์
    ขอแค่เห็นจินก็พอ...อืมมม....
     
    แต่ตอนนี้คนจองตั๋วยังไม่ติดต่อเลย...
     
    เค้าว่าไปซื้อหน้างานก็ได้...แต่นั้นจะได้ ชั้น สอง สาม
    เราอยากได้ ชั้นหนึ่งซักรอบอะ
     
    เออ..รักจินวะ..
    กูทำตัวรวยไปไหนวะ
     
    ถ้าจินเจอเรา เค้าจะรู้สึกไงวะ
    อย่างเค้าก็คงรู้สึก "อ้าว..โอ้" แล้วก็ เฉยๆ
     
    เราอ่านเกาหลีไม่ออก ดังนั้น เราเลยไม่รู้ว่า เค้า treat แฟนคลับ ยังไง
    มันก็มีโหมดที่เค้าเล่นนะ อย่างพวกงานวันเกิดเค้าอะ เค้าอยู่บนเวทีก็ แอ๊บแบ๋ว น่ารักของเค้าไป
    แต่พอลงมาจาก เวที นี่..ไม่เคยเห็น shot แบ๋วๆ จะเห็นอารมณ์ อย่างมากก็ยิ้ม และหายไป
     
    เหมือนเค้า keep distance ระหว่าง แฟนคลับ และ ความเป็นส่วนตัวของเค้าอะ
    อืมมมม..แต่อย่างคืนนั้นที่ได้เจอนี่...ก็....โอ้...แรง!
    หาไม่ได้ในทีวี หรือ คลิปต่างๆ อย่างจะอัดวีดีโอไว้ให้รู้ว่าไม่ได้ฝันไป แต่ก็เอาเถอะ
     
    รักจินวะ...จินเว้ย...เราอยากเจอนายวะ...(อ่านออกมั้ย?!?!)
    Musical นี้..ตั๊บขอเถอะ...ให้ตั๊บได้ดู และได้สบตากะจินบ้าง อะไรบ้าง
     

    ทรมาน

    มีตั๋วเครื่องบินแล้ว
    มีที่พักแล้ว
    แต่ไม่มี ตั๋วไปดูละคร...ยังไม่มีเลย
    และไม่รู้ว่าจะไปหายังไง เพราะขอให้คนหาให้...ไม่มีตอบกลับเลย
     
    ตั๊บซื้อตั๋วไปเกาหลีแล้ว
    คืนเงินไม่ได้ ตั๊บต้องไป
    แต่ถ้าไปแล้วไม่ได้ดูซองจิน
    มันทรมานนะเว้ย
    มันเจ็บปวดนะเว้ย
     
    เราตั้งใจมากๆอะ เข้าใจความตั้งใจของเรามั้ย
    เราได้ครั้งนี้อาจจะครั้งสุดท้ายใน ปีสี่แล้วนะ
    ขอร้องเถอะ
    เรารอคอยคำตอบ
     
    ป้าที๋โน่นก็บอกว่า ตั๋วหาไม่ได้...กูอึ้ง!
    เป็นไปได้ไง...
    พี่ที่เป็นลูกป้าบอกจะหาให้...ตอนนี้ก็รอคำตอบอยู่ แต่ยังไม่ได้เลย
    บอกว่าจะโทรมาดึกๆ นี่ตีหนึ่งแล้ว ยังไม่โทรมาเลย
    อ๊ากกกกก เราอยากจะบ้าแล้วเนี่ย
     
    เราไม่ต้องการที่ดีเด่นแล้วก็ได้ เราขอแค่มีที่ให้เราได้ดูจิน ทั้งสามรอบก็พอ
    อย่าให้เราเจ็บปวดพร้อมกับเงินเป็นหมื่นๆที่แม่เราให้เราเลยนะ เราขอร้อง
     
    เราทรมาน
    July 27

    หนีตาม..ซองจิน (เค้าจะให้เราตามมั้ย?!?)

    ระหว่างที่ดูหนังอยู่ เราก็รู้สึกอะไรมาบ้างอย่างเกี่ยวกับตัวเอง

    เรากำลังจะไปเกาหลี 7สิงหา

    เราอยากดู Musical ของซองจินมากๆ

    และเราจะไปคนเดียว

    เราพูดเกาหลีไม่ได้ ดังนั้น เราจึงกังวลเป็นพิเศษ

    แต่เราก็มีคนรู้จักที่โน่นแหละ

    ถ้ามีอะไรเราก็คงขอความช่วยเหลือจากเค้า

     

    ครั้งที่แล้วที่เราไป เรามีคนรู้ภาษาไปกับเรา และเราคงพกดวงไปดี

    เรายังไม่เคยเล่าเรื่องที่เราไปใช่มั้ย?

    เราไม่เคยเขียนไว้ในนี่

     

    เราชอบ อิซองจิน เพราะเราดู XMan และรู้สึกว่า โดนเหลือเกิน จน search webเค้า

    ก็มี คลิป มีเพลง มีอะไรมากมายเกี่ยวกับเค้า เราดีใจมาก เพราะ การดูเค้าแล้วทำให้เราไม่เหงา

    และเค้าก็เพิ่งออกมาจากกรมพอดี...โอ้โฮ พอออกมา งานก็เข้ามากมาย ละล่าน ตา ละลายใจ

    แล้วประจสนกับการเบื่อการฝึกงาน มีรุ่นน้องจะไปเกาหลี เราจึงไปเกาหลี

    ไปตามหาซองจิน!

     

    ว่าไปก็ไม่เชิงตามหา...เอาเป็นว่า อยากเจอ อยากเอาของไปให้ดีกว่า

    เรามีตารางทำงานของเค้าในอาทิตย์พอดี แล้วเราก็ยังมีที่อยู่บริษัทของเค้า

    อีกอย่าง เราคิดอยากไปร้านข้าวของเค้าด้วย

    เราก็ไปมันให้ทุกที่ ไปร้านข้าว ไปstudio KBS ทั้ง สามที่! (สองที่เป็น stu อีกอันอยู่บ้านนอก)

    ซึ่งเราก็อายนะ แต่คิดว่า...ใครจะรู้จักกูวะ?!?! ส่วนน้องที่ไปด้วยกันก็ บอกว่า เอาวะพี่! ไหนๆก็ไหนๆแล้ว

    คนที่นั้นก็ช่วยเหลือเราดี ระหว่างการเดินทาง..คิดแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อว่า คนเกาหลีจะใจดีได้ขนาดนั้น (แล้วเราก็โชคดีที่เจอด้วยแหละเราว่า)

     

    พอไปมาซะทุกที่ ก็คิดว่า ไปบริษัท Music Factory ดีกว่า ไปขำๆ ก็ลำบากนิดนึง แต่ก็ไปถึง

    มันเป็น apartment งงมากๆตอนถึง ขึ้นไปบนชั้นที่เค้าเขียนไว้ แล้วก็ เจอห้อง

    ริมสุด ในสุด มืดนิดๆ น้อเราลงมือกดกริ่ง เสียงจากข้างในตอบรับ น้องเราว่า เป็นแฟนคลับจินจากไทย อยากเจอซองจิน

    ว๊าก

    รอซักพัก คนก็ออกมาเปิด เราเจอหน้านี่ยิ่ง

    ว๊าก

    คุณคิม แท ยอง เค้าเป็นเจ้าของ Music Factory หน้าเค้างงๆ และอึ้งๆ

    เราบอกว่า เรารู้จักเค้า เค้าก็งงว่าไปรู้จักได้ไง เราก็เอาแต่บอก คิม คิม คิม จนเค้าบอก คิม แท ยอง!

    เราก็...เอออ...นั้นแหละ!

    เค้าอึ้งๆ และเข้าไปในบริษัท โทรหาคนบางคน น้องบอกว่า เค้าโทรหาซองจินแน่เลยพี่ ต้องได้คุยกะซองจินแน่ๆเลย

    คุณคิมเดินออกมา และบอกว่า ให้ไปที่นี่ ที่นี่ และโทรหาเบอร์นี่ เค้าเป็นผู้จัดการ เดียวเค้าจะจัดให้เจอซองจิน

     

    พอถึงเวลาและที่หมาย...ซึ่งเราไปรอก่อน ตั้งหนึ่งชั่วโมง ฮ่าๆ

    น้องเราก็โทรหา ผู้จัดการ พี่ โฮจุน (เหมือนหมอโฮจุน คนดีที่โลกลืมอะนะ ฮ่าๆ)

    เค้าก็บอกให้เราไปโน่น ไปนี่..ซึ่งตัดปัญหา วิ่งหา แท็กซี่ให้แท็กซี่พาไปและคุยกะ พี่โฮจุนแทน ฮ่าๆ

    ไปถึงปั๊บ ก็เจอโฮจึนปุ๊บ..เราคุ้นหน้าเค้ามานานแต่ไม่เคยรู้ว่าชื่อนี่ เค้าก็มาเปิดประตูให้ สุภาพมากๆ พร้อมกับบอก "ขอบคุณครับ"

    เออะ...เค้าบอกว่าเค้าไปเมืองไทยมาหลายครั้ง...เราจึงคิดว่า เค้าจะบอก สวัสดี แต่กล่าวเป็น ขอบคุณ รึเปล่าวะ

    เค้าพาเดินไป เหมือน การแข่งเดินเร็ว เราก็วิ่งตามเค้ากัน

    และเค้าก็พามาหยุดที่ร้านๆหนึ่ง มีซอกใหญ่ๆ และนั้นแหละ ซองจินยื่นให้ไฟสีส้มนวลๆส่อง พระเจ้า อย่างกะคุณชาย

    เราก็ยืนอึ้งๆ ในขณะที่น้องเราเดินไปหาเค้าแล้ว เค้าท่าทางจะรู้ว่า เราคือคนที่ชอบเค้า เค้าจึงเดินเข้ามา

    เรายื่นของให้เค้า อย่างแบ๋วมาก อย่างที่ไม่เคยแบ๋วมาก่อน เค้ารับไป และส่งต่อให้ stylistอย่างรวดเร็ว (ยองซู ซึ่งเราเรียกว่า ปั๊กเป้า)

    เราน่ะไม่กล้าเดินขึ้น คือมันเป็นบันไดไม่สูงมาก แต่เรากลัวว่าเรายื่นข้างเค้า เค้าจะเตี้ยกว่าเรา

     

    แต่ว่า เค้าไม่เตี้ยกว่าเราเว้ย...ดีใจมากๆ

     

    เราได้ถ่ายรูป ได้มองหน้า....

    เราคิดกับตัวเองว่า

    ผู้ชายคนนี้ที่เราเห็นเค้าในทีวี และคลั่งมาเกือบ ครึ่งปี ตัวจริงๆหน้าตาเค้าเป็นอย่างนี้นี่เองนะ หัวไม่โต และก็น่ารักดี

    เราได้คุยนิดๆหน่อยๆ ได้จับมือ...ก็เราพูดเกาหลีไม่ได้ และเราก็ไม่กล้าพูดอังกิดกับค้า ดังนั้น เราจึงเงียบๆ ฮ่าๆ

     

    และเค้าก็ต้องไปงานต่อ เราก็ยื่นเอ๋อๆ ส่วนเค้าโบกมือบายๆ และจากไป...

     

    แต่หลังจากนั้น โฮจุนก็โทรมา ให้ไปหา...การเดินทางเริ่มขึ้นอีก

    น้องบอกว่า จะได้เจอซองจิน แบบ ใกล้ๆแน่ๆเลยพี่ แต่เราคิดว่า หากเป็นเช่นนั้น ซองจินจะดีเกินคนไป ฮ่าๆ

    แต่ ผจก.เค้าชวนไปนั่งคุย ในคืนนั้น มี หมอของ ชุนและคุณคิม มาเป็นล่าม เพราะเค้าพูดไทยได้และอังกิดได้

    และคุณคิมก็มานั่งคุยด้วย...อะไรจะ exclusive ป่านนั้น

     

    เรานั่งกันตั้งแต่ สามทุ่ม จึงเกือบเที่ยงคืน คุณคิมไปส่งเรากะน้องที่โรงแรม แล้วยังจัดให้เราได้ไปดูจินถ่ายรายการ

    วันอาทิตย์ คือ Global Talk ของ KBS

    เราก็ได้ไปนั่งดูจิน แบบ...สี่ชั่วโมงครึ่ง...แม้จินจะไม่มองมา ไม่สนใจ ไม่อะไรทั้งนั้น

    และเหมือนดูจินจากทีวี เพราะจินถ่ายรายการ และไม่มองมาเลย แต่มันก็ดี ที่ได้เห็นจินตัวเป็นๆจริงมั้ย

    ผู้ที่เล่นมือถือ และสนใจอย่างตลอดเวลา แต่ก็ สติไม่ขาดไปจากการถ่ายทำ (ทำได้ไงอะ)

     

    และนั้นแหละ ชีวิตมันส์ Moment in Juneของเรา

    เราเจอจินวันที่ 29พค เจออีกคือ 31 พค และกลับไทย 1 มิถุนา

    เหมือน เวลาในเรื่อง Moment in June ไม่มีผิด!

     

    ครั้งนี้..จะเป็นยังไง เราก็ไม่รู้

    จะได้เจอ จะได้ดู หรืออะไร เราก็ไม่รู้

    เราจะโชคดีขนาดครั้งที่แล้ว ก็นะ...ครั้งที่แล้ว มันดีมากๆ

    คือ มันไม่เหมือนที่เจอเชน เพราะนั้นคือ perfect แต่ กับซองจิน

    ที่ได้ครั้งแล้ว นั้นก็ดีมากๆแล้วล่ะมั้ง? ก็ใช่แหละ

     

    ครั้งนี้ เราอยากโทรไปหา โฮจุน แล้ว ฝากของไปให้จินอีก

    แม้เราจะเพิ่งฝากของให้พี่อูน ผู้ที่ไปดู musical เรื่องนี้แล้ว พี่เค้าชอบ Lee Jeehoon

    เราก็ไม่รู้ว่าเค้ากลับมาหรือยัง แล้วเค้าได้ให้มั้ย เค้าได้เจอจิน หรือ โฮจุนรึเปล่า

     

    อนาคตเรานี่...จะเป็นยังไงนะ

    แต่พรุ่งนี้จะไป โอนเงิน ซื้อตั๋วเครื่องบินแหละ ที่พักก็อยู่กับ ป้าที่เกาหลี

    จองตั๋ว musical ก็ลุ้นอยู่! อืมมมม...

     

    เรากลัวเค้าจะจองผิดจังเลยอะ

     

    มันต้อง ศุกร์ 7 เวลา 8 pm

    อาทิตย์ 9 เวลา 2pm/6pm นะ

    สามรอบ....กรอบไปเลย!

    หนีตาม กาลิเลโอ...

    สุทธาทิพย์มีความปราถนาอยากจะดู หนีตามกาลิเลโอ

    ด้ยเหตุผลที่ว่า...ท่าทางจะสนุก...

    แต่

    สิ่งที่ทุกธาทิพย์ได้รับคือความ ขัดใจ

     

    เรื่องแรก...เปิดเรื่องมา.แม่นางหน้าเด้งสองคน นั้นคือ เต้ย กับ ต่าย..ที่หลังจากนี้จะเรียกว่า นุ่นและเชอร์รี่ ตามชื่อตัวละคร

    แม่นางสองท่านนี้ อยาก get away เพราะ นุ่นเรียนจบแล้ว เลิกกะแฟน ส่วนเชอร์รี่ถูกพักการเรียน เนื่องจาก EGOอันสูงส่งของเธอ

    เชอร์รี่จึงออกความคิดว่า "ไปอังกิดกันเถอะ ทำงานหาตังค์"

    และทั้งสองก็ไป

    มันตามกาลิเลโอ ยังไงไม่ทราบ?!?

     

    แต่เมื่อไปถึงอังกิดแล้ว...เด็กทั้งสองก็ไปที่ป่าซักที่ (ที่ดิฉันขี้เกียจจำชื่อ)

    และเล่นหินเสี่ยงท้าย ตามหลักแรงโน้มถ่วงของโลก ที่วัตถุสองชิ้น ชนิดเดียวกันจะตกถึงพื้นพร้อมกัน แม้จะอยู่ในความสูงที่แตกต่างกัน ถ้าหากปล่อยพร้อมกัน

    แต่หินเสี่ยงท้ายของหนูทั้งสอง กลับลงไม่พร้อมกัน...

    แต่เอาเถอะ หลักวิทยาศาสตร์ นี้ สุทธาทิพย์เองก็ไม่ค่อยเข้าใจ

    หากผิดพลาดไป ก็เอาเถอะ...

     

    แต่เรื่องที่ปรี๊ดคือ

    เรื่องแรก การทำงานในประเทศอังกฤษ

    เราไม่เคยไปทำงานอังกฤษ แต่คือ เราอยากรู้ว่า ไอ้พวกที่ไปทำมัน ไม่มี work permitเหรอ

    อย่างนางเอก ความรู้ปริญญตรีทั้งสองคนนี้ ไม่มี work permit หรอ? แล้วนี่ขอ visaยังไงวะ?

    traveling แต่คนนึงไม่มีตั๋วกลับนี่นะ?!?! เอ๊ะ มันยังไงกันวะ

    แล้ว คนจ้างนี่ก็ช่างกล้าเนอะ...เราคิดว่า เค้าน่าจะให้ความกระจายในจุดนี้อีก

    อย่างเราไปเมกา เราใช้ visa J-1 แล้วยังสามารถหางานได้อย่างถูกกฎหมาย ขำๆ ชิวๆ

    แล้วไอ้เด็กสองคนนี้มันอะไร?!? ขยายความดิ?!?!

     

    อีกเรื่องคือเรื่อง การโกงทุกสิ่งทุกอย่างของ เชอร์รี่

    อันดับแรก เธอปลอมลายเซ็นอาจารย์เพื่อใช้ห้อง drawning แล้วเธอก็เถียงกับอาจารย์ว่า ทีอาจารย์ไม่มาสอนกลับไม่ผิด

    แต่เธอปลอมลายเซ็นกลับผิด ทั้งๆที่หากอาจารย์อยู่ อาจารย์ก็ต้องให้เธอ...

    เออะ...การปลอมลายเซ็นถือเป็นความผิดทางกฎหมายอย่างหนึ่ง

    อีนี่เรียน ปริญญาตรียังไงเลยไม่รู้?!?! แต่ไอ้ที่นอยมันก็ยังไม่ถึงจุด

    จุดคือ พอเธอโดนปรับ F เธอก็นอย ไม่อยากเรียน ตรีอีกแล้ว แม้เธอเป็นคนมีความสามารถ

    จนเธอไป ฝรั่งเศสได้แสดง exhibitionของตัวเองแบบฟลุ๊คๆ แล้วคนก็ชอบ ก็เลยชวนเธอไปทำงานทั้งๆที่เธอยังเรียนไม่จบ

    ไม่มีความรับผิดชอบ แถมEGOยังสูงอีกต่างหาก(หรือ IT ดี เพราะยับยั้งอารมณ์ไม่ค่อยจะอยู่)

    แล้วตอนที่ลองสร้างแบบจำลองงานให้ลูกค้าดูที่ exhibition เธอก็ทำไม่ได้ แต่เธอบอกว่า ถ้าสร้างจริงๆจะทำได้

    SO WHATล่ะ?!?!

    คือเราคิดว่า ถ้าหาก ผู้กำกับต้องการให้คนดูชอบเชอร์รี่ และเสนอว่า ปริญญาตรีเป็นแค่กระดาษใบหนึ่ง

    แต่ความสามารถซิ ของจริง(เพราะจะบอกว่า เชอร์รี่หมันเพียรก็ไม่ได้ อีนี่แค่มีพรสวรรค์)

    ก็น่าจะทำให้ แบบจำลองนอยๆในฉากนั้น ให้ตั้งอยู่ได้จริง!

    ยังไง เรื่องนี่ก็เป็น ภาพยนตร์แล้ว ก็น่าจะใส่อะไรที่ แม้มันอาจจะดูเกินจริง แต่ นี่ทำให้เหมือนชีวิตจริงก็นอยเหมือนกัน

     

    เอ๊ะ หรือนี่คือสิ่งที่ภาพยนตร์อยากจะสอน?

    แม้ไม่ต้องจบปริญญาตรี ทำงานก็EGOสูง ยอมลดฑิฐิตัวเองให้ กับคนที่มีผลประโยชน์ให้ หรือ คนที่สนใจในตัวเรา

    นี่คือ วิถีของชีวิตรึเปล่า?!?!

     

    แต่เรื่องนี่ยังมีเรื่องราวของความซวย ในขณะที่ เชอร์รี่ นอยยังไงก็ยังได้ดี

    เพื่อนอย่างนุ่นที่หัวอ่อน และผู้หญิงจ๋ากลับซวยแทนตลอด

    เชอร์รี่โกงรัฐบาลฝรั่งเศส โกงเพื่อนสนิทที่ยอมตามมาเมืองนอกด้วยอย่างนุ่น ในการไม่จ่ายค่าตั๋วใต้ดิน

    แล้วยังส่งเสริมให้นุ่นทำตาม พร้อมถ่ายวิดีโอเอาไว้ให้สนุกเล่น แต่ นุ่นดันซวย ถูกจับได้

    ทั้งสองจึงต้องหนีสู้ฟัด แล้วเชอร์รี่สำนึกมั้ย...ไม่..ยังบอกว่า สนุกอีก

    ต่อมา ที่ปรี๊ดสุดคือ เชอร์รี่เสนอความคิดให้ โกงฟาบริซิโอ ที่ช่วยเหลือเด็กสองคนนี่ให้ทำงาน มีเงินใช้ในอิตาลี่

    เชอร์รี่ก็อยากล่องเรือซักอย่างของอิตาลี ทำให้เสนอ การโกงอีกแล้ว

    นุ่นตอนก็ขัดคาน บอกว่า นี่คือ ฟาบริโอ้ คนที่ช่วยเหลือพวกเธอ แต่ เชอร์รี่มันสำนึกมั้ย ก็ไม่

    ความเชี้ยของตัวละครนี้ยังคงดำเนินต่อไป แล้วถามว่า สุดท้ายใครซวย

    ก็ไม่พ้น นุ่น ผู้ที่ค่อยทำกับข้าว เก็บบ้าน และแฝงความดี และความอ่อนโยนของผู้หญิง แต่เสือกเชื่อเพื่อน และยอมให้เค้าบงการทำความผิด

     

    นอยมั้ย?

     

    จากนั้น นุ่นโดนส่งกลับไทย และ เชอร์รี่ก็เศร้าใจเพราะต้องอยู่เมืองนอกคนเดียว

    ร้องห่ม ร้องไห้ แต่ถามว่า คนดูจิตใจอย่างชั้นรู้สึกอะไรมั้ย บอกได้คำเดียวว่า เปล่า

    สุทธาทิพย์ไม่รู้ว่าถ้าเป็นตัวเองจะทำยังไง ถ้าออกไอเดียชั่วๆอย่างนั้นให้เพื่อนทำ แล้วเพื่อนซวย

    แต่ที่แน่ๆคือ สุทธาทิพย์จะไม่คิดอะไรอย่างนั้นตั้งแต่แรก

    เชอร์รี่เลือกที่จะช่วยเหลือตัวเอง ไม่ออกรับผิดแทนเพื่อน พยายามไปขอโทษฟาบริซิโอ้ แต่ฟาบริซิโอ้ก็ไม่ได้สนใจ ไม่ฟัง

    แล้วสิ่งที่คาใจคืออะไร...เชอร์รี่ทำได้แค่ ร้องไห้ ถ่ายกล้องขอโทษเพื่อน

    แล้วจากนั้นก็ ได้ทำงานสถาปนิก มีเพื่อนในอิตาลี่ ทั้งๆที่ไม่มีปริญญา แถมคนดูก็ไม่รู้ว่า เชอร์รี่กลับจิตกลับใจได้หรือยัง

    หรือต่อไป เชอร์รี่จะไปโกงเจ้าของบริษัทอีกรีเปล่า...เพราะดูจาก สันดานแล้ว น่าสนใจจริงๆ!

     

    แต่ถ้าถามว่าเรื่องนี่มีอะไรดีๆมั้ย ก็มี

    เราได้เห็นมิตรภาพระหว่าง คนหลายเชื้อชาติ หรือคนชาติเดียวกันในต่างแดน

    คนไทยเหมือนกันก็ต้องช่วยเหลือกัน หรือ เจ้าบ้านที่เห็นชาวต่างชาติเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือกัน

    นี่คือข้อดีของหนังเรื่องนี้ ที่เห็นแล้ว จรรโลงใจ แต่เมื่อเทียบความนอยนี่..ก็ทำให้ไม่ประทับใจหนังเรื่องนี้อยู่ดี

     

    อีกเรื่องที่ประทับใจคือ พี่เรย์ แม็คโดนัล

    ซึ่งเล่นบทได้เข้ากับตัวมากๆ แถมยังให้ข้อคิดอะไรดีๆไว้ในหนัง

    ถ้าในเรื่อง เชอร์รี่คือ EGO IT =EMOTION พี่เรย์จะเป็น REASON

    คาแร็ดเตอร์ของเรย์ในเรื่องเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจจริงๆ

    และอารมณ์ที่พบรักในต่างแดน ต่างบ้าน และเหมือนเดียวดาย พอมีคนมาทำให้ยุกยิกใจ นี่มัน romanticจริงๆ

    เต้ย และ เรย์ เล่นเข้ากันได้น่ารักมากๆ

    เราคิดว่า ผู้กำกับน่าจะแก้ตัวหนังเรื่องนี่ โดยการ ขยายความสัมพันธ์ของ นุ่น และ พิสิต

    มาเป็นหนังอีกเรื่องนึ่ง ที่มี story แบบนี้ คงจะดีไม่ใช่น้อย เพราะ คาแรคเตอร์สองตัวนี้

    มาผสมกันได้อย่างน่าประหลาดใจ

    ผู้หญิงก็ ผู้หญิงจ๋า ตามติดผู้ชาย แต่คงเพราะไปต่างประเทศเลยโตขึ้น ต้องรับผิดชอบมากขึ้นจึงไม่งี่เง่าเหมือนตอนเด็กๆ

    ส่วน ผู้ชายก็ติสมากๆ เหมือนชิวแต่มีความคิด น่าสนใจ น่าสนใจ

     

    หรือไม่ก็ ผู้กำกับสามารถแก้ตัวได้โดยการ ทำหนังสอนใจ drama มาอีกเรื่อง

    ว่าด้วยเรื่องการล้มสลายของ เชอร์รี่ เพราะ ตามความคิดของเรา

    ปริญญาก็คือกระดาษใบหนึ่งที่ให้เราเอาไปสมัครงาน ยิ่งกระดาษมาจากมหาลัยดัง ยิ่งช่วยเหลือ

    ส่วนความสามารถ พรสวรรค์ น่ะสำคัญในการสร้างสรรค์งาน

    แต่ว่า คนทุกคนต้องมีคุณธรรมประจำใจบ้าง และต้อง ยอมผ่อนบ้าง

     

    เราคิดว่า หนีตามกาลิเลโอ ยังห่างไกลจากคำว่า ดี

    เป็นหนังที่เกือบดี ภาพสวย เรื่องย่อฟังดูดี แต่พอดูแล้ว ไม่จรรโลงใจ

    มันเหมือนขาดอะไรไป

     

    เราคิดว่า การทำหนังให้ดี ต้องสื่ออารมณ์ให้สุด ไม่ใช่ อีกนิด อีกหน่อยอย่างนี้

    มันหงุดหงิดใจ

    ความสุขจากภาพยนตร์ อยู่ที่ประมาณ 80 - 120 นาที ดังนั้น เราควรให้คนดูได้รับความสุขอย่างเต็มที่

    หรือได้รับความทุกข์ ให้จับถึงใจ ไม่ใช่ รู้สึกหงุดหงิด นอยเพราะ ความไม่สุด ของหนัง จนกระทั้งเวลาผ่านพ้นไปเป็นอาทิตย์

    อันนี้ ทรมานคนดูนะ!

    ------------------------------------------------------------------------

    July 25

    Lee Sung Jin's Thailand Website

    ก็ไม่ได้ ยิ่งใหญ่อะไร
    แต่ตอนแรกว่าจะทำบอร์ด แต่ว่า อัพยากเกิ๋น
    และก็คิดว่า...ใครหว้าในเมืองไทยจะชอบ ซองจินเหมือนเรา
    น้อยนิดเหลือเกิน
    ดังนั้นเลย อัพเป็น blog แทนล่ะกัน
     
    สนใจก็เชิญนะคะ อิอิ ก็ยังมีอะไรไม่มาก แต่ก็พยายามเติมแต่งอยู่คะ
     
    July 20

    คิดถึง

    คิดถึงคนโน่นคนนี่
    คิดถึงคนที่ไม่เคยได้พบหน้า
    คิดถึงคนที่ไม่รู้จะได้เจอกันอีกเมื่อไร
    คิดถึงคนที่ไม่รู้ว่า ชาตินีจะได้เจอ หรือ ติดต่อกันอีกรึเปล่า
     
    เรื่องราวในชีวิตของชั้นนี่ก็มีหลายสิ่งที่น่าจดจำนะ
    และมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยู่มุมเล็กๆ ที่เมื่อมีอะไรมากระทบใจ
    เราก็จะจำได้
     
    ชะตาของคนเรานี่ ใครขีดไว้ หรือ เราขีดเอง หว้า?!?!
     
     
    July 09

    ซองจิน..

    ซองจิน....อิซองจิน ชอบชื่อนี้จัง...อิซองจิน
    July 08

    รู้ทีละนิด...พยายามเข้านะ..ตัวเรา

    เค้าว่า..ตามหลักจิตวิทยา
    คนที่พูดเก่ง คุยสนุก เฮฮา หรือ เป็นคนตลก
    มักจะเป็นคนเครียด และมีเรื่องในใจมากมายที่ไม่ยอมบอกใคร
    เลยสื่อออกมาเป็นเรื่องตลก หรือ ใช้เสียงหัวเราะกลบบุคลลิก หรือเรื่องราวที่ทุกข์ไว้
    ซองจิน ก็คง จะเป็น อีกหนึ่งคนที่ทำอย่างนี้
     
    ภาษาเกาหลีของเรา เรียกได้ว่าอ่อนแอ...
    ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ฟังรู้เรื่องเพียงนิดเดียวเท่านั้น จากนั้นก็เดา ที่เหลือก็มั่ว
    ตอนที่เราชอบซองจินแรกๆ เราก็นั่งดูรายการมากมาย
    เรามักจะเห็นแม่เค้าออกรายการอยู่พอควร และเค้าก็จะพูดถึงแม่บ่อย
    แต่เราไม่เคยไม่ได้ยินคำว่า พ่อ ออกจากปากเค้าเท่าไร...จริงๆแล้ว ถ้าไม่อ่าน
    speak thank ในซีดี ซองจินก็ไม่ค่อยพูดถึงพ่อเลย
    ตอนที่เกาหลี เราก็อยากจะถามผู้จัดการเค้าเหมือนกัน แต่เราก็ไม่กล้า....
    มันเป็นอารมณ์ที่ว่า ไม่อยากเป็นแฟนคลับที่ล้วงลึกจนเกินงาม เราก็เลยถามอะไรๆที่เรื่อยๆ และสามารถrelateกับคนที่นั่งอยู่กับเรา
    ไม่ใช่ซองจิน ที่เราไม่ได้ใกล้แม้แต่น้อย
    แล้วตอนนี้ ถ้าเวบแปล แปลไม่ผิด และความเข้าใจเราถูกต้อง
    พ่อซองจินเสียไปตั้งแต่ซองจินเด็กๆแล้ว แล้วที่บ้านก็เศร้ามาก แม่จินนี่เศร้ามากๆ
    เราเคยพูดเล่นๆกับน้องตอนไปเกาหลีว่า
    ที่จินเข้าวงการมาตั้งแต่เด็กๆ คงเพราะ จินไม่มีตังค์ จินจึงต้องออกมาหาตังค์ บังเอิญหน้าตาเข้าขั้นไม่ต้องศัลยกรรมก็เลยมาเป็นดาราล่ะกัน
    ท่าทาง ไอ้เรื่องที่เราแต่งน่าจะเป็นจริง
     
    เรานั่งดูคลิปข่าวจินไป ซึ่งมีสัมภาษณ์จินเต็มๆ
    เรานั้นอยากจะฟังรู้เรื่องทะลุปรุโปร่ง แต่ เราก็ไม่ค่อยเข้าใจ
    เราอยากร้องไห้จริงๆ
    ในคลิป จะมีตอนที่จินพูดถึง NRG และ Hwan Sung ที่เสียไปจะครบสิบปีแล้ว
    หน้าจินเริ่มแดงๆ เหมือนจะร้องไห้ (แต่จินก็ไม่ได้ร้องหรอก)
    เรานั้นอยากเข้าใจเป็นที่สุดว่า คำพูดที่ออกมาจากปากเค้า ออกมาใจเค้า
    นั้นมีความหมายในภาษาที่เราเข้าใจว่าอะไร
    บางส่วนเราก็เข้าใจ บางส่วนเราก็ไม่เข้าใจ
    แต่เราหวังว่า ซักวันเราจะเข้าใจ
    เหมือนกับตอนเด็กๆที่เราพยายามเรียนเองกิด เพื่อฟัง เชนให้รู้เรื่อง
    เราก็พยายามกับเกาหลี เพื่อฟังจินให้รู้เรื่องเหมือนกัน
    เราเคยมีความอยากตอนที่ชอบเชนแรกๆว่า ซักวัน เราจะได้คุยกับเค้าเป็นภาษาของเค้า
    เราก็รอ เจ็ด ปีแล้วเราก็ได้คุย
     
    ตอนนี้เรามีความอยากที่จะฟังจินให้รู้เรื่อง
    เพราะจินมีเรื่องราวอีกมากมายที่เราอยากรู้ (พูดอย่างกับหนังสือเรียน)
    อย่าง สัมพาดที่ดูอยู่ ก็มีเรื่องราวของเค้ามากมาย...ที่เราอยากจะรู้
    ในขณะที่แฟนๆเกาหลี ฟังอย่างสบายมากๆ
    แล้ว แฟนชาวจีนก็คงจะแปลซับให้กันและกันเป็นภาษาจีน
     
    แล้วกูล่ะ?!?! ไทย เนี่ย...
    เราก็คงต้องพยายามด้วยตัวเราเอง
     
    แล้วแม้จะเคยเจอจินแล้ว ก็ยังไม่กล้าเอ่ยคำเกาหลีแม้แต่คำเดียว
    ถ้าเรามีบุญได้เจอซองจินอีก เราอยากจะพูดภาษาเกาหลี หรือเขียนภาษาเกาหลีให้เค้าจริงๆ
     
    เราว่า เราก็ดูจะบ้าๆ คลั่งๆ เกินจริง
    แต่เราอยากทำ...เราจะพยายาม
    ซักวัน...เราอยากจะฟังจินโดยที่ไม่ต้องเขียนถาม Fcคนอื่นว่าจินพูดว่าอะไร
    เราอยากจะรู้เรื่องด้วยความรู้ทางภาษาของเราเองจริงๆ
    July 06

    omg! FC fight!

    it hasnt reached to the state where FCs are fighting for their favourite stars yet.
    However it's pathetic to see kids or crazy FCs fight or argue with others for their loving stars.
    i used to be one of those kids,but i never talk shit on other stars.
    i mostly argued when others misunderstood about mine.
     
    well..i was quite pissed with what i have read on Youtube.
    Right now, Sung jin is doing a show with Shin Jung Hwan,Yesung SJ 'n another guy(hes so quite)
    This show has been airing for 2 episodes.
    the first week was not that fun...well...from a person who doesn't understand korean...so i dont understand much.
    Then the second one is kinda fun coz the show has more fun activities 'n the MCs especially Sungjin 'n Jung Hwan r so cool.
    they deliver good lines 'n jokes. They talk to the guests 'n entertain the show.
    Nevertheless, Yesung 'n another MC are sitting pretty quietly.
    Therefore the cameras are on Jung Hwan 'n Sung Jin who sit next to each other most of the time.
    'n Yesung 'n another host are on the other end.
     
    This makes some of SUJU or Yesung's fans become pissed coz for them, SUng Jin'n Jung Hwan steal little Yesung's air time.
    Hur...................im so scared.
    maybe Sung Jin 'n Jung Hwan will get into troubles bcoz of some silly SuJu fans.
    Hurrrrrrrrr....................
     
    i just wanna let them know that actors are completing for air time positions 'n if urs is not
    capable enough. Then the fans need to admit it.

    เวบ

    catdog 주소 이전 -> catdog.er.ro , catdog.lil.to เวบ แฟนคลับ อิอิ
    เช็คตารางละครเวที
     
    July 05

    น้อยใจ

    บางครั้งเราก็รู้สึกน้อยใจ
    ที่เราต้องเจอเหตุการณ์อะไรบ้างอย่าง
     
    ทำไมคนรอบข้างนั้นไร้สมองและทำให้เราต้องรู้สึกแย่กับสิ่งที่เราเป็น
    คนพวกนี้ ใจร้าย ชั่วช้า และ น่าจะขจัดไปจากโลกนี้จริงๆ
     
    คนที่เกิดมาเพื่อให้คนอื่นรู้สึกแย่ ไม่ควรมีหน้าตาในสังคม ไม่ควรเป็นที่ยอมรับในสังคม ไม่ควรมีชีวิตอยู่
    เพราะคนพวกนี้ไร้ค่ายิ่งกว่า ขยะที่คนไม่ใช่ recycle ไม่ได้
     
    เลว
    July 04

    มานอาราย!!!

    พอดีนั่งดู รายการใหม่ของจิน ซึ่งชื่อว่า
    꽃미남 포차
    ซึ่งอาทิตย์ที่แล้ว เสนอเป็นตอนแรก
     
    ตอนแรกนั้นเป็นวันเดียวกับที่ตั๊บได้เจอจินตัวจริงคะ
    ตั๊บเจอจิน 29 พฤษภาคม แต่รายการจินมาฉาย 25 มิถุนายน
    โอเค...นานได้ใจอยู่นะคะ
    วันที่ตั๊บเจอจิน จินก็อย่างที่เห็นในภาพคะ สวมกางเกงสีขาว รองเท้าขาว มาในมาดคุณชายมากๆ
    แต่
    ในรายการ
    เสื้อตัวเดิมคะ เสื้อกั๊กสีขาว เสื้อข้างในสีแดงเข้มๆ แต่
    กางเกงคะ
    ในรายการ จินใส่กางเกงสี เขียว..เดฟกลายๆอีกต่างหาก
    นี่ stylist ประจำรายการมันอยากให้จินเป็น ต้น คริสมาส หรือคะ
    เห็นแล้ว เสทือนใจแทบสิ้นสติ
    และดีใจมาก ที่จินเปลี่ยนกางเกงเพื่อไปงานอื่นคะ ฮ่าๆ
    (พอเปลี่ยนเป็นกางเกงสีขาวแล้ว จาก ต้นคริสมาส นั้นกลายเป็น คุณชายได้จริงๆ)
     
    แต่เรื่องที่ "มานอาราย" ไม่ใช่จาก เทปแรกคะ
    มันมาจกเทปที่สองของรายการ ที่มี แชยอน เป็นแขกรับเชิญ
    ช่วงนี้ แชยอนกำลังออกอัลบั้มคะ เย้ายวนจนโดนแบน
    แต่แล้วไง..ชีสวย ชีก็มาออกรายการคะ
     
    ไอ้ตอนที่ได้ดูเนี่ย ได้ดูตอน ตอนที่สาม จาก ห้าของรายการคะ
    มิทราบว่า หนึ่ง สอง สี่ และห้า มันหายไปหนใด แต่
    ดิฉันก็ยัง enjoy คะ
     
    คือพอเริ่มตอนที่สองแล้ว รายการเริ่มมีอะไรมากขึ้น เพราะ ตอนแรกมันเหมือน
    เปิดบ้าน เปิดรายการให้คนมาเยี่ยม ฉลองๆ ไรแบบเนี่ย
    ส่วนตอน สองนี่ เริ่มมีเกมส์ มีอะไรเล่นกัน วุ่นวาย สนุกสนานมากๆ
    อีกทั้งรายการนี้ รับรองว่าไม่ได้เอามาฉาย free tv ไทยแน่นอนเพราะ แม่ง
    เหล้า เบียร์ นี่ ไม่ขาดคะ กลางโต๊ะกันเลยทีเดียว
    แบบ เป็นรายการ ทำนอง ชวนแขกรับเชิญมานั่งคุย(คุยจริงๆ)แล้วก็
    กินข้าว กินเหล้า กินเบียร์ อะไรแบบนี้ (พิธีกรมี สี่คน มี SungJin ShinJungHwan(พี่ไก่) Yesung SJ และ ใครอีกซักคน ที่เงียบน่าดู ไม่รู้จะเอามันมาทำไม)
    ดูจากรายนามพิธีกร ก็ทราบความเสื่อม และ ฮา แล้วจริงมั้ยคะ
    การันตีได้ว่า ฟังเกาหลีไม่รู้เรื่อง แต่ ก็ยังฮาได้คะ
     
    เอาไม่เข้าเรื่องซักที
     
    เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนสองที่ได้ดูเนี่ย เค้าจะให้แขกรับเชิญจุดไฟแช็กคะ
    แต่ไฟแช็กบ้านบิดาท่านใดคะ มันใหญ่มากคะ มันใหญ่โคตร และ ดูจุดยาก
    จินก็สาธิตคะว่า จุดไม่ยาก โดยการเอามือ ทุบสวิสคะที่แลดูฝืดๆ
    แต่เพราะจินแรกเยอะ และถ้าไม่ได้จับมือจริงคงไม่ทราบ จินมือหนาเยี่ยงชายชาตรีมากคะ
    ดังนั้น คุณ อิซองจินจึงเปิด ไฟแช็กอันเท่าบ้าน อันนี้ได้
    คราวนี้ ก็มาถึง ตา แชยอน คะ
    แชยอนก็ ทุบอย่างจินบ้าง แต่มาในสไตล์ สาวสวยคะ
    พอทุบจริง เจ็บจริงไปแล้ว เธอก็ร้อง "แม่" โอม่า นี่แหละคะ และเพราะเธอนั่งข้างจิน
    จินจึงหันไปมองเธอคะ เธอคงจะบอกจินว่า เธอเจ็บ
    จินจึงจับมือเธอขึ้นมาคะ แล้วก็ เป่ามือให้คะ
     
    O_O
    WHAT คะ WHAT
    ไม่เคยเห็นจินอารมณ์นี้ซักเท่าไร ดิฉันเห็นก็อึ้งคะ
    และ การกระทำของจินนั้นไม่ได้เพื่อสร้างภาพว่า แมน หรือ gent แต่อย่างใด
    เพราะ CFรายการก็ไม่ได้ขึ้นล้อ ตากล้องก็ไม่ได้ zoom ให้เป็นข่าว
    จินหมือน จับมือแชยอนมา อัตโนมัติ เป่าอัตโนมัติ และน่าจะพูดว่า "ไม่เป็นไรนะ หายเจ็บซะ"
    แบบที่ ไม่มีไว้ใน script คือมันไม่ได้ดู หวานซึ้งนะ
    แต่มันดู เออ อบอุ่นดี ที่ผู้ชายคนนึงเห็นผู้หญิงเจ็บมือแล้วก็เลย เบาให้เพราะอยากบอกให้ผู้หญิงหายเจ็บ
     
    โอ้ย ต๊ายตาย...แชยอน...
    และซองจิน คงจะสนิทกันมากจริงๆ เพราะเห็นมาตั้งแต่ Xman แล้ว
    คู่นี่ก็ ฮาใส่กันได้อีก...โอ้...(นี่กูบ้าดาราจริงๆนะเนี่ย มานั่งเหมือนเขียน เชียร์คู่นี้
    แต่เปล่าคะ..ดิฉันไม่ได้เชียร์จินกับสาวใด...ดิฉันคลั่งก่านั้นคะ ดิฉันอยากให้จินทำงานหาเงินของจินไปเรื่อยๆ
    โดยไม่คิดเรื่องเมียคะ)
     
    ที่จิงก็ไม่รู้วหรอกว่า จินคบใครอยู่ มีแฟนหรือยัง (แต่คิดว่า น่าจะมี)
    แต่ ก็แค่ ดิฉันเป็นแฟนคลับที่คลั่งแบบไม่อยากทราบคะว่า เค้าคบกับใคร อะไรยังไง
    อยากให้เค้าสร้างภาพมาว่า เค้าโสดคะ ฮ่าๆ
     
    คลั่งไปมั้ยคะ
    ตอบให้ได้เลยว่า คลั่งมาก
    -------------------------------------
    วันศุกร์ที่จะถึงนี้ สุทธาทิพย์จะได้ไปรับน้องโต๊ะน้ำพุ สี่แล้วคะ
    สุทธาทิพย์ขอบอกว่า สุทธาทิพย์ตื่นเต้นมากๆ
    ดิฉันชอบรับน้องโต๊ะคะ
    ดิฉันชอบทำกิจกรรมกับเพื่อนในโต๊ะ โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิง
    เพราะ...บุรุษเพศ อย่าให้ได้พูดถึง...และอย่าให้ได้นินทา...
    เพราะ น้อง ปีสอง อาจไม่ต้องสร้าง situation ใดๆ เพียงแค่ บอกดิฉัน และ ...
    น้องๆก็จะได้situation สมจริง เล่นจริง เจ็บจริง คะ
     
    คือเราไม่ชอบคนที่ทำตัวเป็น center of the universe
    เราคิดว่า
    โต๊ะคือ ครอบครัว
    ไม่ใช่ สถาบันของเกมส์ หรือ การแย่งชิง
    โต๊ะสอนให้เรามีเพื่อน รักเพื่อน เคารพรุ่นพี่
    แต่ไม่ใช่ บังคับให้มาเคารพ
     
    ทุกอย่างน่าจะเป็นไปตามธรรมชาติ
    อาจมีเติมสี แต่งกลิ่นให้น่าประทับใจ
    แต่พื้นฐานมันต้อง ธรรมชาติ
    บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ ใจของคน บ้างครั้งมันก็ไม่สามารถแก้ได้จากแผนเตรียมที่เอาไว้แต่แรก
    ดังนั้น พี่ๆต้องจริงใจ ธรรมชาติ และ รักน้องจริงๆก่อน ก่อนที่จะทำให้น้องรักเรา
     
    นี่คือ ความคิดการรับน้องของเรา ที่มีต่อ โต๊ะของเรา น้ำพุ สี่
     
    ก็ขอให้รับน้องออกมาน่าประทับใจ รักกันๆ และ สืนต่อความรักในโต๊ะไปนานๆ